ม่มีทางเลือกจริง อย่างนั้นการหนีก็ถือว่าเป็นวิธีการอย่างหนึ่ง ออกไปจากที่นี่ก็พอแล้ว”
ดูจากท่าทางแล้วเธอคงจะเป็นคนมีนิสัยค่อนข้างสงบเสงี่ยม ถึงแม้จะดูสดใสซุกซน แต่กลับไม่กล้าดิ้นรนทำเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น และเมื่อมาอยู่ในสถานการณ์ต้องเลือกแบบนี้ คนที่ทุกข์ใจจึงกลายเป็นตัวเธอเอง
ทันทีที่เฉินเฟิงพูดจบ เยว่เอ๋อก็เข้าใจความหมายของเขาทันที
ตอนนี้เหมือนเธอกำลังตัดสินใจด้วยความลังเล ทว่าเฉินเฟิงกลับลุกขึ้นยืน ในเมื่อรู้ถึงความต้องการของเด็กสาวแล้ว พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่อีกต่อไป
ซึ่งในตอนที่พวกเขากำลังจะออกไป เยว่เอ๋อก็พูดขึ้นมา
“คุณพอจะช่วยหนูได้หรือเปล่า?”
เฉินเฟิงชะงัก พลางหันกลับไปมองเยว่เอ๋อ
“เธอคิดจะทำอะไร?” เขาถาม
เยว่เอ๋อขมุบขมิบปาก ดูเหมือนว่าเธอได้ทำการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ไปแล้ว: “พาหนูออกไปจากที่นี่ได้หรือเปล่าคะ?”
เฉินเฟิงที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับปวดหัวขึ้นมา เขาไม่คิดเลยว่าเด็กสาวที่เพิ่งพบหน้ากันครั้งแรกจะใจใหญ่ใจโตหนีออกไปจากที่นี่พร้อมกับคนแปลกหน้าสองคน
“เธอไม่กลัวว่าพวกเราจะเป็นคนไม่ดีหรอ?” เฉินเฟิงถามอีกครั้ง
แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าคำตอบของเด็กสาวจะไร้เดียงสาขนาดนี้
“หนูเชื่อว่าพวกคุณไม่ใช่คนเลวร้ายแน่นอน อีกอย่างพี่สาวก็สวยขนาดนี้ด้วย เธอจะต้องเป็นคนใจดีที่สุดในโลกแน่นอนค่ะ”
เฉินเฟิงถึงกับต้องเหลียวมองไปยังชิงจือ ความสวยของชิงจือนั้นเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ผู้