อะเลยสักนิด”
ทว่าชายชรากลับสะบัดมือ
“ผมแค่แบ่งปันให้คุณได้เห็นเท่านั้น แต่ไม่คิดจะขายหรอก ของที่ผมชื่นชอบนั้นมีไม่มากนัก และของชิ้นนี้ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมโปรดปรานที่สุด ถึงต่อให้จะเสนอเงินมากขนาดไหน ผมก็ไม่มีการพิจารณาเลยสักนิด”
เฉินเฟิงที่ได้ยินแบบนั้นจึงถามกลับด้วยความข้องใจ
“ถ้าหากพูดแบบนั้น เงินสองพันล้านนี้ของผมก็ไม่จำเป็นต้องควักออกมาแล้ว”
ชายชราพูดขึ้นอย่างทันควัน “คุณชายเฉินอย่าเพิ่งรีบร้อนใจไป รอให้ผมพูดให้จบก่อน”
ในเมื่อเขาพูดเกลี้ยกล่อมแบบนี้ อย่างนั้นเฉินเฟิงก็คงต้องลองฟังว่าเขาต้องการจะพูดอะไรดีกว่า
“ถึงแม้ว่าอัญมณีเม็ดนี้ผมจะไม่สามารถขายให้แก่คุณชายเฉินได้ แต่เงินสองพันล้านนี้จะสามารถใช้ในการครอบครองมันได้หรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว”
เฉินเฟิงถามอีกครั้ง “ยังไงกัน?คุณไม่ยอมที่จะขายมันให้กับผมไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงพูดแบบนี้ด้วย”
“ถ้าผมจะบอกกับคุณชายเฉินว่าบนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงแค่อัญมณีแบบนี้อันเดียว ไม่รู้ว่าคุณชายเฉินจะเชื่อหรือเปล่า”
เฉินเฟิงปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด “นั่นไม่มีทางอยู่แล้ว”
ชายชราที่เห็นเขาปฏิเสธจึงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“โลกใบใหญ่มหาศาล มีสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่เราไม่รู้ คุณชายเฉินอย่าเพิ่งด่วนสรุปไปแบบนี้ ส่วนเรื่องที่ผมอยากให้คุณชายเฉินควักเงินสองพันล้านออกมาก็เพื่อที่จะใช้ค้นหาอัญมณีพวกนี้ต่างหาก”
เฉินเฟิงจ้องมองชายชราอย่างไม่ละสายตา ก่อ