นอยู่แล้ว พี่ชายวางใจได้เลย อย่ามองว่าพวกเราเป็นแบบนี้ ที่จริงสามารถไว้ใจพวกเราได้”
ทางด้านชิงจือที่คอยมองดูอยู่ข้างอย่างเฉยเมยเธอไม่สนใจอยู่แล้วว่าเฉินเฟิงจะทำอะไร แต่สำหรับชายแก่แล้วการที่เฉินเฟิงเอาเงินจำนวนมากขนาดนี้ออกมา ไม่ว่ายังไงเขาก็รับไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากไม่ใช่เพราะชิงจือกล่าวห้ามเขาเอาไว้ เขาก็คงจะเดินเข้าไปขัดขวางเฉินเฟิงตั้งนานแล้ว แต่พอตอนนี้เมื่อได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะเอาเงินไป ชายแก่ก็ไม่อาจที่จะห้ามตัวเองไว้ได้อีกแล้ว เขาจึงพูดขึ้นมา
“คุณคิดจะทำอะไร ต่อให้คุณจะเป็นคนรวย ก็ไม่ควรจะมอบเงินให้กับคนแบบนี้”
ชายแก่ใช้น้ำเสียงเย็นชาพูดกับเฉินเฟิงด้วยความไม่พึงพอใจ แต่ยังไม่ทันที่เฉินเฟิงจะได้ตอบกลับ ชายผมแดงก็ตะโกนด่าออกมาซะก่อน
“ตาแก่ ฉันกำลังพูดกับพี่ชายท่านนี้อยู่ อย่าแส่เข้ามายุ่ง รีบไสหัวออกไปไกลๆ หน่อย”
เฉินเฟิงหันไปถลึงตาใส่เขา
“ถึงเวลาคุณพูดแล้วงั้นหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟิง ท่าทีของชายผมแดงเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
เขารีบพูดประจบทันที “พี่ชายผมไม่พูดแล้ว ผมจะหุบปากเดี๋ยวนี้”
เฉินเฟิงเองก็ขี้เกียจแล้วที่จะพูดคุยกับเขา จึงโยนบัตรเอทีเอ็มในมือให้กับอีกฝ่าย
“รีบไสหัวกลับไปซะ”
บัตรล่องลอยไปราวกับใบไม้ตกลงไปบนมือของอีกฝ่าย
พวกเขาจับบัตรใบนั้นแล้วมองอย่างละเอียดถี่ถ้วน พลางรู้สึกราวกับว่าช่างเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อที่ข้างในนั้นจะมีเงินสามแสนอยู่จริงๆ
“อะไร พวกคุณได