ายอะไร ก็แค่ชิงจือมาตามหาคุณ ผมก็เลยไม่สามารถเห็นเธอถูกรบกวนเท่านั้น ถ้าหากคุณไม่ชอบผม ผมออกไปจากตรงนี้ก็ย่อมได้ รอให้ชิงจือคุยธุระเสร็จแล้วผมค่อยกลับมาก็ได้”
เมื่อสักครู่นี้เขาอาจจะทำเรื่องที่ยั่วโมโหชายแก่เข้า ฉะนั้นเฉินเฟิงจึงต้องพูดแบบนี้ออกมา แต่แล้วชายแก่กลับไม่มีการพูดอะไร
บางทีเพราะสิ่งที่ทำไปมันแก้ไขปัญหาให้กับเขา และด้วยความโกรธที่ยังมีอยู่เขาจึงเดินหันกลับเข้าบ้านของตัวเองไป
ในเมื่อเขาไม่พูดอะไร เฉินเฟิงก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื่อบื้อทำตามสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่นี้ เขาเลยเดินตามหลังชิงจือเข้าไปด้านใน
ภายในตัวบ้านขนาดไม่ใหญ่มาก แต่การรับรองแขกจำนวนสามสี่คนก็ไม่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่อะไร
ชายแก่ที่เดินเข้าไปด้านในนั่งลงบนเก้าอี้ ไม่มีแม้แต่การกล่าวทักทาย ฉะนั้นอย่าได้คิดถึงน้ำหรือชาต้อนรับเลย
ชิงจือที่เดินตามเข้ามาก็พูดขึ้น
“คุณคงจะเดาถึงสาเหตุที่ฉันมาหาแล้วสินะ”
เฉินเฟิงนั่งฟังอย่างเงียบๆ ราวกับว่าพวกเขากำลังพูดคุยเรื่องบางอย่างที่เขาไม่รู้มาก่อน
แต่แล้วชายแก่กลับพยักหน้าพร้อมกับพูด
“คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ แต่ก็เป็นเรื่องปกติล่ะนะ เพราะถ้าหากไม่มีเธอและฉันที่รู้เรื่องพวกนี้ คาดว่าตอนนี้ก็คงจะไม่มีเธอและฉันที่ประสบผลสำเร็จอย่างในตอนนี้”
ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังตะลึง ชิงจือก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เรื่องพวกนี้ล้วนเกิดวนเป็นวัฏจักร แต่สิ่งที่พวกเราต้องทำมัน