้นั้น จึงค่อยโล่งอกจนเผลอพึมพำ
“รอดออกมาแล้ว…ข้ารอดออกมาแล้ว!”
ไม่เสียแรงที่เขารวบรวมพวกภิกษุไว้ด้วยกัน ใช้เป็นโล่เนื้อหนังบังหน้า แสร้งทำเป็นตั้งท่าร่ายเวทใหญ่ แต่แท้จริงแล้วคือเตรียมใช้ยันต์ผูกใจร่วมกันเพื่อหลบหนี
ยันต์ผูกใจร่วมกัน เป็นสมบัติแห่งการบรรลุมรรคของผู้บำเพ็ญพุทธจากสุขาวดีเซิ่นเล่อ มีฤทธานุภาพสามารถส่งตัวผู้ถูกสลักสัญลักษณ์มายังผู้ถือครอง และยังสามารถใช้กลับทางผ่านวิธีลับ
กว่างหมิงก็ใช้ส่งตัวเองหนีรอดกลับมาหากว่างไห่ได้สำเร็จ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เห็นกว่างหมิงสภาพยับเยิน กว่างไห่ขมวดคิ้ว ถามเสียงขรึม “เจ้าเผชิญศัตรูร้ายแรงงั้นรึ? พวกเขามีกี่คน? แล้วพวกสหายที่อยู่กับเจ้าหายไปไหนหมด?”
กว่างหมิงได้ยินคำถามก็ถึงกับชะงัก
ในห้วงนั้น สมองเขาหมุนควับราวกับสายลมผ่าน…จะพูดความจริงงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ! จะให้สารภาพว่าตัวเองทิ้งพรรคพวกหนีตายมาเนี่ยนะ?
แบบนั้นถึงคราวหัวหลุดแน่นอน!
เพราะหากเป็นเช่นนั้น มีหวังเขาถูกใช้เป็นเครื่องเซ่นให้วิญญาณสหายทั้งหลายแน่นอน และกว่างไห่ก็คงไม่ลังเลที่จะทำเช่นนั้น
เพียงครู่เดียว กว่างหมิงก็ทำหน้าเศร้าเจือน้ำตา
“มาก! มากจนจำไม่ไหว! พวกมารนั่นดูเหมือนจะเตรียมกลศึกไว้ล่วงหน้า ข้าสู้สุดชีวิต ฆ่าได้ไม่กี่คน ก่อนจะหนีรอดออกมา ส่วนคนอื่น…ตายหมดแล้ว…”
“ว่าไงนะ!?”
ไม่ทันให้พูดจบ กว่างไห่ก็ตาเบิกโพลง สีหน้าเคร่งเครียดราวศัตรูมาเยือน คิดไม่ถึงเลยว่ามารสำนักปฐมศ