ังไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริง ต่างแค่ลองดู แต่ต่อให้เป็นแบบนี้ ก็ดุดันมากแล้ว ไม่มีใครยอมใคร
“เอาอีก!”
พอสูดลมหายใจลึก หวางลั่วปิงก็ระเบิดเสียง แล้วพุ่งเข้ามา
ไม่เหมือนการประลองเมื่อครู่ ทั้งสองคนจะประลองจริงจังแล้ว
หมัดที่พุ่งเข้ามาราวกับหนักเป็นตัน
นี่คือพลังของระดับหั้วจิ้ง แต่หั้วจิ้งที่แท้จริงไม่มีการพิสูจน์กระบวนท่าแล้ว สำหรับกระบวนท่าในชุดหั้ว ไม่มีใครที่สามารถจะสัมผัสกับหมัดได้อย่างแท้จริง
เมื่อผ่านการหลี่เลี่ยง อาศัยพลังมาประกาศศักดาก้องโลก
ระดับนี้ การล่มสลายสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด
ดังนั้นเฉินเฟิงจึงหลบไปได้ง่าย
วิชาของเขาจริงๆแล้วเข้าใกล้ปรมาจารย์ไปทุกที และก็เป็นไปตามที่เขาเข้าใจ
ดังนั้นตอนที่ประจันหน้ากับหวางลั่วปิง ไม่ว่าหมัดฝ่ายตรงข้ามจะแรงแค่ไหน ดุเดือดแค่ไหน เขาก็หลบไปได้โดยง่าย
การสัมผัสคราวนี้ ทั้งคู่สู้กันไปนาน หลังจากปะทะกันแล้ว ก็เห็นความต่างได้ชัด
อย่างน้อยหวางลั่วปิงตอนนี้ก็สามารถทะลุการป้องกันของเฉินเฟิง
รอจนเฉินเฟิงเป็นฝ่ายจู่โจมบ้าง เขาก็เกิดแรงกดดัน
ในตอนที่เฉินเฟิงจะได้ชัยชนะ จู่ๆหวางลั่วปิงก็ใช้กระบวนท่าเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
ความดุเดือดเมื่อครู่หายไป
การเปลี่ยนกะทันหันทำให้เฉินเฟิงตกตะลึงพลัน
นี่ไม่สมเหตุสมผล อย่างไรเสียคนฝึกวิทยายุทธ์ไม่มีทางเปลี่ยนง่ายๆแน่
ดังนั้นการตกตะลึงชั่วครู่ แขนเสื้อเขาก็ถูกหวางลั่วปิงฉีกขาด แลัวข่วนไปถึงเนื้อ เผยให้เห็นปากแผล