เฉินเฟิงนิ่งไม่ไหวติง
แม้ว่าในใจจะเชื่อในสมบัตินี้อยู่เจ็ดแปดส่วน แต่การเอาสิ่งของแบบนี้ออกมาพนัน เขาเองก็สงสัย
“ถ้าเป็นอย่างข่าวลือ ถ้าอย่างนั้นหินประหลาดก้อนนี้มีมูลค่ามากกว่าเคล็ดลับของผมมากมาย คุณท่านหวังกล้าให้สิ่งนี้กับผมจริงหรือ”
เขาหยุดชะงักลง มองถอดสายตายาวไปที่ที่นั่งของหวางลั่วปิง จากนั้นค่อยๆพูดขึ้น
“ที่นี่คงไม่มีแมวขโมยอะไรใช่ไหม”
สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมาทันที บรรยากาศราวกับถูกสวมอะไรที่หนักอึ้ง
จากนั้นเฉินเฟิงจึงทำลายบรรยากาศขึ้น เขาหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่าๆ แค่ล้อเล่น คุณท่านหวังอย่าใส่ใจเลย”
สีหน้าหวางลั่วปิงแข็งทื่อ เห็นได้ชัด ตอนนี้อารมณ์เขาไม่ค่อยดี
แต่เรื่องยังคงต้องคุยกันอยู่ดี สุดท้ายชายอ้วนยิ้มขึ้น
“ฮ่าๆ คุณชายเฉินช่างล้อเล่น พวกเราแลกเปลี่ยนกับคุณชายเฉินด้วยความจริงใจ คนที่จะเข้าถึงแดนปรมาจารย์น่ะ มีไม่กี่ผู้คนนักหรอก คุณกับคุณท่านหวังนับเป็นผู้โดดเด่นในนั้น ต้องช่วยเหลือกันด้วยความจริงใจอยู่แล้ว”
เฉินเฟิงไม่ได้สนใจเขา กลับไปยังที่นั่งตนเอง พูดเสียงค่อยกับสือโพ่จุนว่า
“พวกเขาไม่หวังดีขนาดนั้นหรอก ต่อให้สู้กันอย่างยุติธรรม ของสำคัญขนาดนี้คงไม่ควักออกมาง่ายๆหรอก จะต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ เมื่อกี้แค่ลองดู แต่ละคนก็แห่กันออกมา”
ฉากเมื่อกี้ ทำให้สือโพ่จูนตกใจ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะท้าดวล แต่ก็คงจะไม่มาสู้กันบนโต๊ะหรอกมั้ง
พอฟังเฉินเฟิงวิเคราะห์ เขาก็รู้สึกว่าไม่แฝงปรารถนาดี