็เริ่มเตรียมตัว รอเพียงเสียงนกหวีด พวกเขาก็แย่งกันขึ้น
จากนั้นสิ้นเสียงนกหวีด เงาสองคนจึงขยับ
ทั้งคู่ต่างออกหมัดมวย ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงอาวุธเลย แต่ความว่องไว ความเร็วฝีเท้า มีแต่ชิงชิวเท่านั้นที่รู้จังหวะ คนอื่นๆแค่ยืนดูครื้นเครงเท่านั้น
สองคนชนกัน ปะทะกันไม่กี่ทีแต่สองฝ่ายกำลังพอๆกัน
เฉินเฟิงแค่ลองดู ส่วนหวางลั่วปิงเองก็ลองเหมือนกัน ทั้งคู่ต่างกำลังจับจุดฝ่ายตรงข้าม
พลังทั้งสองฝ่ายถึงจุดหั้วจิ้งขั้นสูงสุด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ต่างฝ่ายต่างกดกำลังกัน ดังนั้นการพุ่งเป้าไปที่จุดอ่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
และก็เป็นการปูพื้นฐานชัยชนะ
ตอนนี้เองเฉินเฟิงถีบหวางลั่วปิงออกไปหน้าประตู หวางลั่วปิงเองก็แลกหมัดกลับโดยเร็ว
กระบวนท่าเดียวลงพื้น หวางลั่วปิงคว้าข้อเท้าเขา อีกมือจะขยุ้มหัวใจ
นี่เป็นท่าไม้ตาย
เฉินเฟิงอาศัยกำลังหวางลั่วปิงพุ่งขึ้นฟ้า ทำให้ท่าไม้ตายเขาว่างเปล่า
แต่ท่าไม้ตายฝ่ายตรงข้ามดุเดือดมาก ได้คิดที่จะสังหารเขาแล้ว
แน่นอนว่าเฉินเฟิงย่อมกันไว้ไม่ได้ เขาเพิ่มความเร็วของตัวเอง เห็นทั้งคู่ออกมือ ความเร็วจึงเห็นไม่ชัด
ชิงชิวที่อยู่ขมวดคิ้ว เขาเห็นกระบวนท่าค่อยๆเริ่มห่างไปจากตอนเริ่มต้น
“มีฝีมือจริงๆ ข้าไม่ได้ประลองสนุกแบบนี้มานานแล้ว”
หวางลั่วปิงถอยหลังสองก้าว เครายาวที่พันเป็นปมพริ้วไหว เฉินเฟิงก็อยากแสดงลีลาบ้าง เลยไม่ยอมตามไป
กระบวนท่าไม่กี่นาทีอยู่ชั่วพริบตาเดียว
ทั้งสองฝ่ายย