ี่กำลังอุบไว้ เฉินเฟิงก็อดรนทนไม่ได้เดินหน้าขึ้นเปิด
ดีที่ เจ้าอ้วนไม่ได้ลากไปด้วย เขาค่อยๆเปิดฝาลังออก
ตำแหน่งของเฉินเฟิงอยู่ตรงหน้าลังพอดี แทบจะไม่ต้องลุกขึ้นยืนก็เห็นของข้างใน
เดิมทีคิดว่าจะเป็นของพิสดารอะไรหนักหนา แต่กลับเห็นว่าข้างในนั้นคือก้อนหินก้อนหนึ่ง
“ก้อนหินเหรอ”
เขามองดูเจ้าอ้วน แล้วหันไปมองหวางลั่วปิง
คนกลุ่มนี้ตกลงกำลังทำอะไรอยู่ เขาอดคิดไม่ได้
หวางลั่วปิงเห็นเฉินเฟิงจึงถาม เขาตอบเองกับปาก
“นี่คือหินก้อนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่หินธรรมดา”
เฉินเฟิงรักษาความเงียบ เขาไม่รู้เรื่อง และก็ไม่กล้าแสดงความเห็นใดๆ
ส่วนหวางลั่วปิงอธิบายต่อ
“พวกเราตามล่าหาพรมแดนปรมาจารย์ ก็เหมือนกับที่ดวลกับน้องชายเพื่อ《จี๋เต้าเจินเจี่ย》ก็เพื่อความก้าวหน้าของศิลปวิทยายุทธ์
ถ้าผมได้《จี๋เต้าเจินเจี่ย》มาแต่น้องชายยังแต่ไม่ถึงพรมแดนปรมาจารย์ ก็อาจจะยังหลงอยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง”
เฉินเฟิงตกใจ ราวกับรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะพูดอะไร
พอได้《จี๋เต้าเจินเจี่ย》มาแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องใช้เวลาวิจัยอย่างไม่กินไม่นอนเป็นแน่ หลังจากที่
อ่านจบ เขารู้อะไรขึ้นเยอะ และก็เชื่อมโยงกับหลายสถานที่ น่าตะลึงใจ
เหมือนกับที่หวางลั่วปิงพูด มีบางสถานที่ ราวกับเขาเพิ่งเคยสัมผัสโลกศิลปะการต่อสู้
แม้ว่าในใจตกตะลึง ยังคงมองเขาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยน
“สมแล้วที่คุณท่านหวังได้รับสมญานามว่าตงเป่ยไร้เทียมทาน แค่สองสามคำก็อยากทำให้ชนรุ่นหลังบำเพ็ญเพ