ะเข้าไปไม่ค่อยดีมั้ง”
พอลูบมือปลอบใจเซี่ยเมิ่งเหยา เฉินเฟิงกล่าว
“ไม่เป็นไร ผมจัดการเอง”
ประตูห้องโถงถูกเปิดออก ด้านในคนตระกูลเซี่ยนั่งรอเตรียมพร้อมเฉินเฟิงเข้าไป คิดว่าเซี่ยห้าวเป็นคนบอกเมื่อครู่
“แกมาทำไม”
มีคนถามอย่างไม่เป็นมิตร
เฉินเฟิงไม่แม้แต่มอง กวาดตาดูคนตระกูลเซี่ยทั้งเด็กทั้งคนแก่ พูดขึ้น
“วันนี้ผมมาเพราะเรื่องๆหนึ่ง อยากให้พวกคุณแก้ไขเรื่องที่ทำกับเมิ่งเหยา ผมไม่อยากจัดการเอง ตระกูลเซี่ย ก็เป็นแค่ตระกูลหนึ่ง ถ้าไม่มีเมิ่งเหยาตระกูลเซี่ยแทบไม่มีค่าอะไรเลย”
คำพูดของเขาแต่ละคำ ทุกคนได้ยินชัดเจน
แต่ว่าในห้องโถงของคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย ทุกคนในตระกูลได้ยินหมด ราวกับถูกคนกดหัวกินแมลงวันตาย ไม่มีใครมีสีหน้าดีสักคน
แต่เฉินเฟิงยืนตรงนั้น ไม่มีใครกล้าสงสัยอะไร
พวกเขารู้ถึงความเก่งกาจของเฉินเฟิง และก็รู้ว่าเป็นคนโหดเหี้ยม
เฉินเฟิงเห็นเซี่ยห้าวเหมือนอยากพูดอะไร แต่ถูกคนข้างตัวกำเอาไว้
ทุกคนเห็นเฉินเฟิง เงียบงันอยู่หลายวินาที เฉินเฟิงจึงพูดขึ้น
“ไม่นาน ผมก็ไม่รบกวนเวลาอาหารทุกคนแล้ว”
ตระกูลเซี่ยตั้งแต่เด็กยันแก่ทุกคนอยากไล่ไอ้บ้านี่ออกไปเต็มทน ใครบ้างที่กล้าพูดไม่
รอจนทั้งคู่ออกมา
“คุณวางท่าขนาดนั้น ต่อไป ต่อไปจะให้ฉันไปเจอหน้าพ่อแม่ได้ไง!”
เซี่ยเมิ่งเหยาใจอ่อน เลยคิดถึงความสัมพันธ์ฉันญาติที่เหลืออยู่
“คุณคิดว่าพวกเขายังนับญาติกับคุณเหรอ”
เซี่ยเมิ่งเหยาไม่รู้จะตอบอย่างไร ได้แต่นิ่งเงียบ