เจี่ยตงกุมกำปั้นตนเองไว้ โอดครวญไม่หยุด
“นี่แค่มือเดียว ถ้าทำให้ฉันถอยหลังได้ ฉันจะปล่อยแกไป”
อีกมือหนึ่งถูกเฉินเฟิงไพล่หลังไว้ เขามองเฉินตงอย่างคาดหวัง
เจี่ยตงจะไปกล้ามองเฉินเฟิงอีกได้อย่างไร นิ้วทั้งสิบรวมกัน เมื่อกี้เป็นเพียงแค่หนึ่งกระบวนท่า เขาก็ยังคงแอบตอนที่เฉินเฟิงเผลอ ยังไม่ได้ลงมืออะไรเลย เขารู้ถึงกำลังของเฉินเฟิงจากต้นคอด้านหลัง ถึงขนาดแทรกซึมเข้าไปในจุดต่างๆ
แต่เมื่อได้ยินเสียงเฉินเฟิง เขาอยากไปก็ไม่ง่ายนัก
ในใจร้อนรน คนเจ็ดแปดคนยืนด้านหลัง
เขาอยากหนีแต่ไม่รู้ว่าเจ้านี่จะยืดเวลาให้เขาได้หรือเปล่า แม้ว่าเขาจะรู้ว่าเป็นไปไม่ค่อยได้ แต่ก็ยังคงตะโกน“พวกแกดูอะไรกันอยู่ ยังไม่ขึ้นหน้าอีก”
คนพวกนั้นเป็นคนที่เฉินอิงไฉเรียกมา แม้ว่าเฉินเฟิงจะคุมเจี่ยตงได้ในหนึ่งกระบวนท่า แต่คนเยอะ พวกเขาไม่คิดว่าเฉินเฟิงจะเอาชนะได้ เจี่ยตงตะโกน พวกเขาก็แห่ขึ้นไป
เจี่ยตงมองเฉินเฟิง หวังว่าจะหนีไปตอนที่เขาไม่ระวังตัว จึงได้แต่จ้องเขา
“ไอ้นี่มันอ่านความคิดฉันออก”
เขาคิดในใจเงียบๆ
เสียงเปรี้ยงปร้างดังขึ้น พวกนักเลงที่ล้มลงกับพื้นต่างบ่นกันอุบ
เจี่ยตงคิดหนีอีก ก็ไม่มีโอกาสแล้ว
เฉินเฟิงยังไม่ถือว่าได้วอร์มร่างกายด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่คิดว่าคนๆนี้ต้องทำให้เขาได้ใช้วิทยายุทธ์จริงๆ
เขาเดินไปหยุดหน้าเจี่ยตง
“ฉันทำตามที่พูด แกจะไม่คิดดูหน่อยเหรอ”
“ไว้……ชีวิต”
เจี่ยตงพูดสองคำนี้ออกมาครั้งแรก ลังเลเล็กน้อย
“แปลว่า