แต่อย่างไรที่นี่ก็เป็นที่สาธารณะ เจี่ยตงอดโกรธไม่ได้ พูดเสียงทุ้ม
“คุณผู้หญิง คุณอาจจะไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ไว้หน้ากันหน่อย เพื่อนของผมไม่ใช่คนธรรมดากัน รู้จักกันหน่อยคุณไม่เสียหาย”
หลินหวั่นชิวมองยังไม่อยากจะมอง หนุ่มเสเพลแบบนี้เธอเคยเห็นแล้ว แค่สถานภาพทางบ้านไม่เท่ากันแค่นั้นเอง แต่ก็แค่อาศัยบารมีทางบ้าน ที่จริงก็ไม่มีอะไรเลย
“ขอโทษนะคะ พวกเรายังต้องฉลองอีก คุณช่วยหลีกไปหน่อยได้ไหมคะ”เธอพูดจบหมุนตัวกลับทันที ไม่มองฝ่ายตรงข้าม
“ดี ดี ดีมาก”
เจี่ยตงเสียหน้าตรงนี้ไป ได้แต่พูดว่าดีๆๆ แก้วเหล้าในมือส่งเสียงกระทบกัน ดูออกว่าตอนนี้เขาโกรธถึงขีดสุด
“พวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่ และเร็วๆนี้ด้วย”
พูดจบ ก็เดินกลับขึ้นไปอย่างเดือดดาล
“หวั่นชิว ไม่เป็นไรจริงๆนะ คนนั้นดูไม่เหมือนคนธรรมดาเลย”
เพื่อนของหลินหวั่นชิวเป็นกังวล ถามอย่างเป็นห่วง
หลินหวั่นชิวกลับไม่เป็นไร
“ไม่เป็นไรหรอก คนแบบนี้ฉันเจอมาเยอะ”
ดูท่าหลินหวั่นชิวไม่เป็นกังวลเลย คนอื่นๆก็สบายใจ
แต่เพื่อนที่ดื่มเหล้ากับเจี่ยตงสองสามคนนั้นก็ไม่เหมือนกันละ
“เป็นไง คุณชายเจี่ยออกหน้ายังไร้บอยอีกเหรอ ไม่เหมือนคุณชายเจี่ยคนเดิมเลยนี่นา!”
เจี่ยตงนั่งจุมปุกลง พึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ออกมาสองสามคำ
“สถุล กูจะทำให้มึงรู้ว่าเจี่ยตงไม่ได้แหย่กันง่ายๆ”
พูดจบ มองไปทางเฉินอิงไฉ
“คุณชายเฉิน ขอยืมคนสักสองสามคนได้ไหม ผมต้องการใช้”
เฉินอิงไฉเองก็ประหลาดใจ พอได้ยินว่าเ