บทที่ 107 เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอด
กลางเขากะโหลก ลวี่หยางถือธงหมื่นวิญญาณ นั่งขัดสมาธิหลับตา รวมลมปราณอย่างเงียบงันท่ามกลางการรายล้อมของภูตผีนับหมื่น พลังระดับรวมลมปราณใหญ่สมบูรณ์แผ่ซ่านออกมาโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
ต่อจากนั้น ลำแสงงดงามสายหนึ่งก็สาดเข้าสู่วังเหยียนโม่
แสงนั้นรวมตัวเป็นร่างเงา เห็นร่างของอินซานเจินเหรินรุดก้าวออกมา สีหน้าฉายแววตะลึงงัน ดวงตาจับจ้องไปยังลวี่หยางอย่างไม่คลาด ขณะเดียวกันก็ใช้เคล็ดนับกรรมลับคำนวณเงื่อนกรรมโดยเงียบงัน
ทว่าเขากลับนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น
เพราะครานี้ ลวี่หยางไม่ได้ปิดบังเงื่อนกรรมของตนเหมือนแต่ก่อน หากแต่ปล่อยออกมากว่าครึ่ง นั่นจึงทำให้อินซานเจินเหรินถึงกับตกตะลึงอย่างยิ่ง
“เจ้านี่มัน…ลวี่หยาง?”
จากการคำนวณของเขา ลวี่หยางเข้าสู่สำนักมาได้เพียงสิบกว่าปีเท่านั้น แต่กลับมีพลังฝึกปรือถึงระดับรวมลมปราณใหญ่สมบูรณ์ หากเพียงเท่านี้ยังพอเข้าใจได้ ทว่ากลับบรรลุเคล็ดมหาเวทอย่างหนึ่งในวัยเยาว์เช่นนี้
ก็ช่างเหนือจริงยิ่งนัก หาใช่สิ่งที่ศิษย์ไร้รากเหง้าทั่วไปจะกระทำได้!
หลังนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง อินซานเจินเหรินก็ได้ข้อสรุปเดียวกับชาติก่อนของตนไม่มีผิด
“ข้าขอถามสหายเต๋า ท่านคือเจินเหรินท่านใดในนิกายศักดิ์สิทธิ์ของข้าที่กลับชาติมาเกิดหรือไม่?”
ลวี่หยาง “……”
ยังไม่ทันให้ลวี่หยางตอบ สิ่งเงาร่างของบรรพชนอสูรวิญญาณก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา หัวร่อเยาะเย้ยกล่าวว่า “เ