ไรก็พูดมาเถอะ!”
อาเธอร์เป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดซึ่งข่ายซ่าเองก็เคยชินกับเรื่องนี้ไปแล้ว
“พี่ฟังผมนะ……”
ข่ายซ่าจึงเล่าเรื่องที่เจอเฉินเฟิงและเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นในงานเลี้ยงพร้อมกับใส่สีตีไข่ลงไปด้วย
“เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้แหละพี่ พี่ต้องช่วยผมนะ!”
เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากพี่ชาย ข่ายซ่าจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆราวกับคับข้องใจเป็นอย่างมาก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝีมือการแสดงของข่ายซ่านั้นยอดเยี่ยมไม่น้อย
อาเธอร์ที่อยู่อีกฟากของสายก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาคิดไม่ถึงว่าน้องชายของเขาจะไปมีเรื่องบาดหมางกับเฉินเฟิงได้
“อืม ฉันรู้จักเฉินเฟิง มันเป็นจอมยุทธ์ของประเทศหวา”
อาเธอร์เอ่ยช้าๆ “ฉันรู้ข้อมูลมากกว่าแกอยู่หน่อย เฉินเฟิงไม่เพียงแต่เป็นศัตรูของญี่ปุ่นเท่านั้น มันยังเป็นความภาคภูมิใจของวงการศิลปะการต่อสู้รุ่นเยาวชนประเทศหวา จะบอกว่าความสามารถด้านการต่อสู้ของมันนั้นสูงที่สุดในรุ่นเยาวชนก็ว่าได้!”
“ว่าไงนะ?”
เมื่อได้ฟังกิตติศัพท์ของเฉินเฟิงจากคนเป็นพี่ชาย ข่ายซ่าก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินเฟิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้ หลังจากที่เขารู้จักเฉินเฟิงในตอนแรกก็เกิดความกลัวแล้ว คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิด
“อย่าง……อย่างนั้นพี่สามารถเอาชนะมันได้ไหม?”
ตอนนี้ข่ายซ่าไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เขาจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่พี่ชายตัวเอง จะสามารถลบล้างความอัปยศได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่ก