มเป็นความตาย ไหนเลยยังมีเรี่ยวแรงบังคับกาย?
“ระดับความยากลำบากสูงล้ำยิ่งนัก…ดีที่ข้าเหนือกว่าผู้อื่นอยู่ขั้นหนึ่ง”
ด้วยความช่วยเหลือจากเทพพิทักษ์ซู่หนี่ว์หนึ่งเดือนก่อนเขาก็ฝึกสำเร็จเคล็ดไหมสวรรค์เห็นตนตัดภวังค์แล้ว จิตเทวะรวมลมปราณจึงแปรเปลี่ยนเป็นจิตเทวะขั้นวางรากฐานโดยสมบูรณ์
เมื่อมีจิตเทวะขั้นวางรากฐานค้ำจุน การควบคุมเรือนกายเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องยากเย็นอันใด
ครานี้ เพียงลวี่หยางขยับความคิด วังเนื้ออันมหึมาก็พลันเริ่มยุบพังลง ภาพลักษณ์อลหม่านทั้งหลายถูกรวบสู่ระเบียบภายใต้อำนาจแห่งเจตจำนงของเขา
ท้ายที่สุด สถานที่แห่งนั้นเหลือเพียงนักพรตหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง
นักพรตในชุดขาว ผมดำขลับราวมังกร ราวกับมีชีวิตชีวาของตนเอง ทั้งร่างเปี่ยมด้วยรัศมีเร้นพ้นเหนือโลกีย์
เซียนถอดซากสำเร็จ!
ลวี่หยางปลดปล่อยจิตวิญญาณหลอมรวมเข้ากับร่างกาย ฉับพลันจิตและกายก็กลายเป็นหนึ่งเดียว มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยฐานะของเขาพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับที่ยากจะจินตนา
แหงนหน้ามองฟ้า ลวี่หยางถึงกับมองเห็น ‘ขอบเขตวางรากฐาน’ ที่ตั้งตระหง่านสูงส่ง หากเปรียบที่นั่นเป็นยอดภูผา ตอนนี้เขาก็อยู่ห่างจากยอดเพียงไม่ถึงร้อยก้าว ระดับเดียวกับบรรพชนถิงโยวเมื่อครั้งก่อน หรืออาจสูงกว่านั้นเล็กน้อย
ทว่าถึงเพียงนี้ ความยิ่งใหญ่ของ ‘ขอบเขตวางรากฐาน’ ก็ยังทำให้เขาอดมิได้ที่จะทอดถอนใจ
ใกล้เคียง แต่ท้ายที่สุดก็ยังมิใช่
แม้จะห่างเพียงก้าวเดียว หากไม่ย่า