ฟิง เขาใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมานานขนาดนี้แล้ว เคยชินแล้ว
“แต่ว่า ตอนนี้คุณอายุมากแล้ว ใช้ชีวิตคนเดียวลำพังค่อนข้างไม่สะดวก” เฉินเฟิงลังเลสักพักแล้วพูดขึ้น วันเวลาที่โหดเหี้ยม ได้ทิ้งร่องรอยอันฝังลึกเอาไว้ให้กับเย่หนานเทียน สามปีก่อนตอนที่เขาเห็นเย่หนานเทียนก่อนไปจากยันเจียง ยังไม่เป็นแบบนี้
แต่หลังสามปี เย่หนานเทียนกลับกลายเป็นเหมือนคนแก่คนหนึ่ง…..
“ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องเป็นห่วงผม ไป เราไปคุยกันข้างใน” เย่หนานเทียนโบกมือ
เฉินเฟิงได้ยิน ก็ไม่พูดอะไรอีก เขาเดินตรงไปด้านหลังเย่หนานเทียน แล้วผลักรถเข็นเย่หนานเทียนเข้าไปบริเวณชั้นสองของตึก
เพราะเขารู้ดี เย่หนานเทียนที่เคยเป็นอัจฉริยะสหพันธ์บูโด เคยมีความภาคภูมิใจที่เป็นของตนเอง ต่อให้ตอนนี้กลายเป็นคนพิการ ก็ไม่อยากถูกมองข้ามความภาคภูมิใจสุดท้ายในใจของเขา
เฉินเฟิงผลักเย่หนานเทียนไปที่โต๊ะหินในลานเล็กๆ แล้วก็เข้าไปในห้อง เทน้ำให้กับเย่หนานเทียนหนึ่งแก้ว
“เสี่ยวเฟิง คุณกลับมายันเจียงในเวลาแบบนี้ และยังมาหาผม น่าจะเพราะจะเข้าร่วมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกใช่ไหม?” เย่หนานเทียนดื่มน้ำ และก็วางแก้วลงบนโต๊ะ พร้อมถามเฉินเฟิง
“อืม” เฉินเฟิงพยักหัว พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ผมจะอาศัยการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกในครั้งนี้ หากำไลจากพวกลูกศิษย์ของพวกศัตรูที่รุมทำร้ายคุณ ลูกศิษย์ของพวกเขาจะต้องลงแข่งขันแน่นอน”
“เสี่ยวเฟิง ผมรู้ คุณเป็นคน