ที่มีความรักและความยุติธรรม คุณอยากแก้แค้นให้ผม ทำให้ผมซาบซึ้งใจมาก” เย่หนานเทียนได้ยิน จึงถอนหายใจและพูดขึ้นว่า “แต่ว่า ผมอยากให้คุณจำไว้ การแก้แค้นให้ผมไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องแข็งแกร่งขึ้น และต้องมีชีวิตต่อไป”
“แต่สถานการณ์ของคุณในตอนนี้ เลวร้ายกว่าที่ผมเคยเจอในอดีต หากคุณไม่มีความสามารถที่แข็งแกร่ง คุณอาจจะเจริญรอยตามรอยเท้าของผม นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากเห็นที่สุด” พูดถึงประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของเย่หนานเทียนกลายเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความเป็นกังวล
เป็นอย่างที่เขาพูด ตอนนี้เฉินเฟิงมีศัตรูเยอะมาก หนึ่งในนั้นก็คือวงการศิลปะการต่อสู้ประเทศญี่ปุ่นที่มีอิทธิพลอันทรงพลัง หากไม่มีความสามารถที่แข็งแกร่ง อาจจะถูกฆ่าในต่างประเทศ
“ว่างใจเถอะ ศิษย์พี่ ผมจะรักษาชีวิตของตนเองเป็นอย่างดี จะมีชีวิตที่ดีต่อไป จะทำให้ตนเองแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด จากนั้นก็ไปตามคิดบัญชีพวกศัตรูที่รุมทำร้ายคุณในตอนนั้นทีละคน”
เฉินเฟิงพยักหัวอย่างหนักแน่น หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง พูดถึงจุดประสงค์ที่มาในครั้งนี้ว่า “ใช่ ศิษย์พี่ ตามที่ประธานก่วนหนานเทียนพูด ทายาทพระพุทธเจ้าแห่งศาสนาพุทธภาคตะวันตก ทายาทราชาดาบ ทายาทตระกูลจีกับทายาทสำนักกระบี่เทียนซาน ต่างก็จะมาแข่งขันชิงตำแหน่งตัวแทนการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลก ตอนนั้นคุณต่อสู้กับผู้คนจากสำนักทั้งสี่นี้ น่าจะพอ