ดินวนทานอยู่หลายโต๊ะ ระหว่างนั้นก็ไม่หยุดที่จะพูดคุย ชนแก้วกับทุกคน แต่ก็ดื่มน้ำเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เขาก็แอบสังเกตการณ์โต๊ะของเสี้ยเมิ่งเหยา กลับพบว่าพวกผู้หญิงพวกนั้นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พูดคุยหัวเราะ ดื่มเหล้ากัน ดูแล้วก็เหมือนดั่งเพื่อนสนิทกัน
“ผู้หญิงเกิดมาเพื่อแสดงละครจริงๆ”
เฉินเฟิงแอบคิดในใจ และก็รู้สึกว่าเรื่องความรู้สึกแบบนี้จะต้องไม่ผ่านไปได้ง่ายๆแน่ กลับกัน ตอนนี้อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้
เหมือนเป็นการพิสูจน์สิ่งที่เฉินเฟิงคาดเดา เมื่องานเลี้ยงจบสิ้นแล้ว เสี้ยเมิ่งเหยาเคียงคู่กับเฉินเฟิง ส่งแขกกลับพร้อมกัน และยังควงแขนเฉินเฟิงไว้อย่างเป็นเรื่องปกติ เห็นภาพนี้ ฉู่ชีงฉือกับหลินหวั่นชีวต่างก็อึ้ง แล้วก็มีท่าทีซับซ้อน ทั้งอิจฉา ริษยา และก็ไม่พอใจ ยิ่งไปกว่านั้นคือหดหู่
ภาพนี้ ตกอยู่ในสายตาของพวกหวู่เหวินโป๋ ทำให้พวกเขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายสงครามที่ฟุ้งอยู่เต็มอากาศ ต่างก็ทำเป็นมองไม่เห็นอะไร
หนึ่งในนั้น หวู่เหวินโป๋เงยหน้ามองดูเดือน ถอนหายใจพร้อมพูดขึ้นว่า “พระจันทร์คืนนี้กลมจังเลย…”
ได้ยินเสียงถอนหายใจของหวู่เหวินโป๋ สี่พี่น้องตระกูลเฉิน อยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ อดกลั้นไว้อยู่อย่างทรมาน
เมื่อเทียบกันแล้ว เฉินเฟิงที่อยู่ท่ามกลางพวกผู้หญิงยิ่งทรมาน แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มแล้วปล่อยให้เสี้ยเมิ่งเหยาควงแขนของเขา แล้วส่งแขกกลับ
“ฉันพักอยู่ที่โรงแรมฮิลตัน เรากล