ับไปด้วยกัน” หลังจากที่คนวงการศิลปะการต่อสู้ นักธุรกิจกับคนของทางการกลับไปแล้ว เสี้ยเมิ่งเหยาหันหน้ามายิ้มพูดกับเฉินเฟิง สายตาเป็นประกาย อย่างที่เรียกว่ารักใคร่
หากเป็นปกติ อยู่ด้วยกันตามลำพัง เสี้ยเมิ่งเหยาพูดเช่นนี้ เฉินเฟิงคงจะเนื้อเต้น แต่ตอนนี้กลับทำได้เพียงแค่อึ้ง
“ได้ ผมส่งคุณกลับไป” หลังจากที่อึ้งแล้ว เฉินเฟิงก็พูดตอบอย่างไม่รู้ตัว
“ส่งฉันกลับไปหรือ? คืนนี้คุณไม่นอนที่นั่นหรือ?” ใบหน้าเสี้ยเมิ่งเหยายังคงยิ้มแย้ม แต่ดูยังไงก็เหมือนเป็นการข่มขู่
“นอนสิครับ”
เฉินเฟิงยิ้มตอบ ไม่กล้าแม้แต่จะมองพวกฉู่ชีงฉือหลินหวั่นชีว ยกมือโบกขึ้นพร้อมพูดว่า “เอาล่ะ คืนนี้ทุกคนพักผ่อนกันเช้าๆหน่อย พรุ่งนี้เจอกัน”
เมื่อพูดเสร็จ เฉินเฟิงก็จูงมือเสี้ยเมิ่งเหยา เดินไปยังรถคันหนึ่งที่จัดเตรียมไว้แล้วแต่แรก หลังจากนั้นก็เข้าไปนั่งในรถพร้อมกับเสี้ยเมิ่งเหยา ภายใต้สายตาทุกคน
หลังจากครึ่งชั่วโมง เฉินเฟิงกับเสี้ยเมิ่งเหยามาถึงโรงแรมฮิลตัน
หลังจากลงรถ เสี้ยเมิ่งเหยาไม่ได้ควงแขนเฉินเฟิงอีก แต่เดินไปข้างหน้าคนเดียว อกผายไหล่ผึ่ง เหมือนดั่งนกยูงน้อยหยิ่งผยอง
เฉินเฟิงแอบถอนหายใจ เดินตามอยู่ด้านหลังอย่าเงียบๆ เขาไม่รู้ว่าช่วงที่ผ่านมาเสี้ยเมิ่งเหยาเจออะไรมาบ้าง แต่เสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้ เปลี่ยนไปมากสำหรับเขา
เสี้ยเมิ่งเหยาคนเดิมไม่ต่อสู้หรือไขว่คว้า เป็นฝ่ายยอมทุกอย่าง แต่เสี้ยเมิ่งเหยาในตอนนี้ กลับเป็นฝ่ายรุกม