รในหวาเซี่ยก็ได้?” เฉินเฟิงจ้องมองจิ่งเซ่อเหมิงอย่างเย็นชา ทั้งประชดประชันตระกูลจิ่ง และยังเป็นการเตือนตระกูลจิ่งทางอ้อมด้วยว่า ถึงตระกูลจิ่งจะยิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องเคารพกฎของวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ย พร้อมทั้งยอมรับการชี้นำของสหพันธ์บูโด ไม่งั้นตระกูลจะล่มสลายแน่
“แม่งเอ๊ย ตกลงกันแล้วว่าประลองเป็นตาย พวกตระกูลจิ่งของพวกแกนี่มันหน้าด้านขนาดนี้เลยหรือไง?” หวู่เหวินโป๋ด่ากราดอย่างเดือดดาล
“กล้าแตะต้องอาจารย์อาเฉินของเรา ฆ่ามันแลย!” เฉินจื๋อหลี่และเฉินจื๋อเหวินพูดออกมา
“เซ่อเหมิง กลับมา!” พอได้ยินคำตะโกนต่อว่าของพวกหวู่เหวินโป๋ จิ่งหยุนเฟิงก็เอ่ยปากบอกให้จิ่งเซ่อเหมิงจากไป
ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง ดูเหมือนไม่เป็นอะไร แต่สายตาที่มองไปทางเฉินเฟิงอย่างเย็นชาและรังสีอำมหิตเย็นเฉียบ บ่งบอกให้รู้ว่าความรู้สึกในใจเขาตอนนี้โกรธมากแค่ไหน
เขาแทบอยากเข้าไปตบเฉินเฟิงตายคามือตอนนี้เลย!
จากนั้น—-
สติบอกเขาว่า ตอนนี้จะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นตระกูลจิ่งจะกลายเป็นศัตรูของวงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ยทันที และต้องได้รับการลงโทษจากสหพันธ์บูโดด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นลืมเรื่องสหพันธ์บูโดไปก่อน เบื้องหลังเฉินเฟิงยังคงมีกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งมากอยู่ ที่ทำให้ตระกูลใหญ่ระดับตระกูลเฉินยังไม่กล้าฆ่าเขาง่ายๆ แต่ต้องมาฆ่าเขาในการประลองถูกกฎแบบนี้ซะอีก
พอได้ยินคำของจิ่งหยุนเฟิง จิ่งเซ่อเหมิ