รกัน—พวกเขากลัวทำให้ตระกูลจิ่งไม่พอใจเพราะเรื่องนี้!
บนเรือลำที่สาม พวกนักธุรกิจใหญ่และข้าราชการที่มาจากทั่วทุกสารทิศหลังจากได้สติจากความตะลึง ต่างพากันชะเง้อมองไปที่เฉินเฟิงบนเรือลำที่สอง ทั้งหมดอยู่ในความสงบนิ่ง
ด้านหนึ่งเพราะฐานะของพวกเขาค่อนข้างพิเศษ ไม่สะดวกจะวิพากษ์วิจารณ์ ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ พวกเขาไม่ค่อยเข้าใจวงการศิลปะการต่อสู้ เลยไม่กล้าลงข้อสรุป
“ประมุขก่วน” ในขณะเดียวกัน เฉินเฟิงเดินพลังภายใน เท้าแตะพื้นทะยานวูบเดียวขึ้นเรือลำที่สอง และเข้าไปทักทายก่วนหนานเทียน
ส่วนคนอื่นเขาไม่สนิทเท่าไหร่ เลยไม่ได้ทักทาย
“พ่อหนุ่ม ต้องรู้จักเคารพผู้อาวุโสและเอ็นดูผู้ด้อยอาวุโสกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะอีกเดี๋ยวจิ่งเถิงต้องประลองศึกเป็นตายกับเรา อาศัยแค่ที่แกพูดจาจาบจ้วงพ่อฉันเมื่อกี้ ฉันจะสั่งสอนให้แกลืมไม่ลงเลยทีเดียว!
ไม่รอก่วนหนานเทียนตอบเฉินเฟิง จิ่งเซ่อเหมิงกลับเดินขึ้นหน้าจ้องหน้าเฉินเฟิงเขม็ง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ สายตาเย็นเยียบจนสะท้าน
เมื่อกี้ที่เฉินเฟิงพูดจาจาบจ้วงไม่เคารพจิ่งหยุนเฟิง เขาในฐานะลูกต้องก้าวออกมาอยู่แล้ว
“เซ่อเหมิง แกจะถือสาอะไรกับคนใกล้ตาย?” ตอนนี้เองจิ่งหยุนเฟิงพูดอย่างเย็นชาออกมา เขาไม่ได้มองเฉินเฟิง แต่มองจิ่งเซ่อเหมิง พูดด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระว่า: “คนไม่รู้ย่อมไม่กลัว เดี๋ยวอีกสักครู่ให้เถิงเอ๋อส่งเขาไปสำนึกผิดต่อหน้ายมบาลก็แล้วกัน!”
“พ่อ พูดถูกเลยครับ เขา