ใกล้จะตายแล้ว ทำไมผมยังต้องโกรธเขาอีก?” จิ่งเซ่อเหมิงพยักหน้ายิ้มเย็น สายตาที่มองไปทางเฉินเฟิงเสมือนกำลังมองคนตาย
ซู่ซ่า—–
ครั้งนี้ไม่รอเฉินเฟิงพูดอะไร จิ่งเถิงงมจิ่งหรินกับมู่หยางจากน้ำขึ้นมาด้วยมือข้างละคน จากนั้นก็กระโดดว่องไวปานมังกรขึ้นสู่ผิวน้ำ หลังจากได้ยินเสียงซ่าครั้งเดียว เท้าขวาเหยียบผิวน้ำแตกกระจาย
น้ำกระเซ็นไปสี่ทิศ จิ่งเถิงกระโดดพลางหิ้วศพมู่หยางมาที่กาบเรือ
“สารเลว ออกมาตายได้แล้ว!”
จิ่งเถิงสภาพเหมือนไก่ต้มน้ำแกง เปียกมะล่อกมะแล่กไปทั้งตัว เขาโยนศพมู่หยางกับจิ่งหรินไปอีกด้าน ไม่สนใจว่าจิ่งหรินเป็นยังไงบ้าง และจ้องเขม็งมาที่เฉินเฟิงอย่างโกรธขึ้ง
ความโกรธพุ่งปรี๊ด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมา
วินาทีนั้นจิ่งเถิงเปรียบดั่งกระบี่ล้ำค่าที่พึ่งออกจากฝัก แผ่ซ่านรังสีอำมหิตออกมาเต็มที่ รังสีอำมหิตนั่นพุ่งตรงไปหาเฉินเฟิง เหมือนกำลังบอกเฉินเฟิงว่า: ไม่ว่าเขาจะหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว ก็จะตามไปฆ่าเขาให้ตาย!
“ส่งแกไปสวรรค์!”
เฉินเฟิงพูดพลางก้าวเท้ายาวไปหาจิ่งเถิง
วินาทีนั้นเรือทั้งสามลำเงียบสนิท ทุกคนต่างพากันจ้องมองเฉินเฟิงกับจิ่งเถิงสองคนเขม็ง และรอคอยการประลองของยอดฝีมือรุ่นใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ!
“แถวนี้ถึงจะโดนปิดเป็นพิเศษ แต่อยู่ใกล้ฝั่งมากเกินไป จะเกิดเหตุจลาจลได้ง่าย รอสักครู่ ไว้เรือแล่นไปกลางทะเลสาบ พวกนายสองคนก็เริ่มประลองกันได้เลย!”
จากนั้นในตอนที่เฉินเฟิงทำท่าจะ