างพึงพอใจทันที มองไปที่ลวี่หยางด้วยสายตาชื่นชมยิ่งกว่าเดิม “ถ้าเช่นนั้นก็ทำตามความตั้งใจของสหายเถอะ”
เอาจริงแล้ว เขาแทบไม่ใส่ใจเลยว่าแท้จริงลวี่หยางเป็นใคร
ถึงในใจจะมั่นใจเกินเก้าส่วนว่าลวี่หยางต้องเป็นเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ แต่ต่อให้ไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร สำคัญที่สุดคือลวี่หยางแสดงคุณค่าของตนออกมา
เขามีประโยชน์ต่อนิกายศักดิ์สิทธิ์หรือไม่
ตราบใดที่มีประโยชน์ เรื่องมากมายทุกคนก็พร้อมจะทำเป็นมองไม่เห็น
และการที่ลวี่หยางเสนอเงื่อนไข “เฝ้าชายแดนเหนือ” ก็เท่ากับเป็นการแสดงคุณค่าอย่างชัดเจน ท่าทีเช่นนี้นี่เองที่ทำให้จงกวงเจินเหรินพอใจนัก
ไม่ผิดแน่ เขาคือเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ที่กลับชาติมาเกิด…
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นจงกวงเจินเหรินตอบตกลงโดยไม่รีรอ ลวี่หยางก็อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้… เพราะด้วยระดับพลังในตอนนี้ เขายังไม่กล้ากลับไปที่นิกายศักดิ์สิทธิ์จริงๆ
แม้ว่าจงกวงเจินเหรินและจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าจะต่างก็ปักใจเชื่อว่าเขาคือเจินเหรินกลับชาติมาเกิด แต่ลวี่หยางกลับชัดเจนอยู่แก่ใจว่าตัวตน “กลับชาติมาเกิด” ของตนนั้นไม่มีวันทนต่อการตรวจสอบได้ หากเผลอทำให้เจินจวินโอสถทองคำในนิกายศักดิ์สิทธิ์สนใจ เพียงกวาดตามองมา ตนก็คงถูกเปิดโปงโดยสิ้นเชิง ถึงตอนนั้นก็มีแต่ต้องเริ่มต้นใหม่เพียงหนทางเดียว
ดังนั้นผลลัพธ์เช่นนี้ จึงนับว่าดีต่อทุกฝ่าย
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ข้างกายจงกวงเจินเหรินพลันฉีกเปิดอากาศว