าก!”
เผชิญหน้ากับความโมโหของทุกคนและการคุกคามของเสี้ยเมิ่งเหยา มู่หยางยังคงทำหน้าไม่หวาดกลัว หัวเราะในลำคอแล้วพูดขึ้น:“สวะอย่างพวกแก ถ้ายังกล้าพูดมาก ฉันไม่ถือสาที่จะสั่งสอนพวกแก!”
“——”
ได้ยินคำพูดของมู่หยางอีกครั้ง รับรู้ว่ามู่หยางไม่เห็นใครอยู่ในสายตา รวมถึงหวังเฉียนด้วย ทุกคนจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก เพียงแค่ขมวดคิ้วเป็นปม จ้องมองมู่หยางด้วยความโกรธ
เพราะว่า พวกเขากลัวมู่หยางฟังไม่เข้าหูแล้วจะลงมือต่อ ถ้าเป็นแบบนั้น เสี้ยเมิ่งเหยาก็จะตกอยู่ในอันตราย!
“ไปเรียกพี่เฟิง!”
หลังจากเงียบเป็นเวลาสั้นๆครู่หนึ่ง อยู่ดีๆหวู่เหวินโป๋ก็ร้องตะโกนเสียงดัง จากนั้นวิ่งเข้าไปในวิลล่า
หื้ม?
มู่หยางชะงัก ความรู้สึกนั้นเหมือนกำลังถามว่า:พี่เฟิงเป็นใคร?
“แกปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ แล้วคุกเข่าสำนึกผิด กลับตัวกลับใจ ฉันสามารถไว้ชีวิตแกได้ ไม่อย่างนั้น วันนี้แม้แต่พระเจ้าก็ไม่สามารถช่วยแกได้!” ตอบกลับมู่หยางด้วยความโมโห
ตะโกนด้วยความโมโห พร้อมการปรากฏตัว
วินาทีต่อมา เฉินเฟิงเดินออกมาจากสวนในวิลล่า ตัวของเขาราวกับไฟฟ้า โผล่มาด้วยความรวดเร็ว!
เป็นดังที่พูดเอาไว้คนที่ไม่รู้ย่อมไม่กลัว
ในฐานะอู่ถงของจิ่งเถิง มู่หยางตั้งแต่เล็กตนโต นอกจากเมื่อหกปีก่อนได้ติดตามจิ่งเถิงออกมาจากพื้นที่บรรพบุรุษตระกูลจิ่งออกมาเที่ยวเตร่แล้วนั้น นี่เป็นครั้งที่สอง
คอยปรนนิบัติรับใช้ชีวิตประจำวันของจิ่งเถิง คอยฝึกฝนวรยุทธ์กับจิ่งเถิง——นี่คือห