ะถามตนเองในใจ:เลยเวลาเที่ยงวันแล้ว เฉินเฟิงยังไม่ออกมารับคำท้า และไม่ปรากฏตัวออกมา หรือว่าเป็นอย่างที่เขาเล่าลือ กลัวที่จะต้องประลองกับจิ่งเถิง? ไม่เพียงแต่ลูกศิษย์สำนักต่างๆ จากการมาของคนตระกูลจิ่ง ทำให้รู้ถึงความแข็งแกร่งของคนตระกูลจิ่ง แม้แต่ปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้บางคนยังเริ่มคิดว่าเฉินเฟิงไม่กล้าสู้กับจิ่งเถิง
เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ ทุกคนยังคงเฝ้ารอ ทว่าทางด้านจิ่งเถิงเดินเข้าไปในเรือเพื่อปรับสภาพของตนเอง
หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ลู๋เจิ้งเฟิง เจี่ยหวั้นเหาเหล่าผู้อาวุโสของยุทธภพต่างก็มาถึงที่นี่แล้ว เข้ามายังสถานที่ปิดล้อมด้วยบัตรแขกรับเชิญ ขึ้นไปยังเรือลำที่สาม
นอกเหนือจากนี้ ฉู่ชีงฉือและคนตระกูลฉู่ส่วนหนึ่งก็มาแล้ว พวกเขาเองก็ขึ้นไปยังเรือลำที่สาม
ตอนเวลาสี่โมงเย็น พระอาทิตย์เริ่มตกไปทางทิศตะวันตกแล้ว ทุกคนรอจนหมดความอดทน อดไม่ได้ที่จะพูดเสวนาไปต่างๆนานาอีกครั้ง ซึ่งหัวข้อหลักมีเพียงอย่างเดียวก็คือ:เฉินเฟิงยังจะมาไหม? ไม่มาแล้ว!
ในใจคนส่วนมากมีความคิดนี้ แต่ก็ยังคงไม่ได้ไปไหน พวกเขายังคงรอต่อไป คิดว่าจะรอจนกว่าพระอาทิตย์จะตก ถ้าถึงเวลานัดแล้วเฉินเฟิงยังไม่มา พวกเขาก็จะไป
“ในเมื่อไอ้ขี้ขลาดมันไม่กล้ามา ฉันก็จะบีบให้มันออกมาเอง!” ในเวลาเดียวกัน จิ่งเถิงมองดูพระอาทิตย์ที่เริ่มตก เขาพูดขึ้นในใจ หยิบโทรศัพท์ออกมา โทรหาลูกพี่ลูกน้องของตนเองจิ่งหริน “พี่หริน ดูท่ามันคงไม่มาแล้ว ให