จวู้นก็ปราดเข้ามาที่รถ Bugatti Veyronของผูชางจวู้นทันที
เพี๊ยะ!เพี๊ยะ!เพี๊ยะ!
พริบตานั้นไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่เตรียมพิธีเปิด หรือนักแข่งรถและผู้ชม
ต่างพากันมามองพร้อมกัน อยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของทุกคน ผูชางจวู้นลงจากรถ เขาเห็นหวู่เหวินโป๋นำคนมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ก็เลิกคิ้วเล็กน้อย จากนั้นเบนสายตาทำเป็นไม่เห็นไป
“อาจารย์ครับ อ.ว่ามันพาคนมาคิดจะทำอะไร?”
หลี่ตงชิงลงจากรถและเดินมายืนข้างผูชางจวู้น และขมวดคิ้วถามเมื่อเห็นหวู่เหวินโป๋พาคนเข้ามา
“ผูชางจวู้น เมื่อกี้มีคนรายงานกับผมว่า นักแข่งของพวกคุณตบพนักงานของสนามแข่ง มีเรื่องแบบนี้จริงไหม?”
เหมือนตอบคำถามของหลี่ตงชิง หวู่เหวินโป๋พาคนเข้ามาและถามอย่างเปิดประเด็นเลย
ไม่รอผูชางจวู้นพูดอะไร หลี่ตงชิงก็สวนก่อนเลย เขาเชิดจมูกถลึงตาใส่หวู่เหวินโป๋ ตะคอกเสียงดังว่า: “ระวังน้ำเสียงแกที่พูดกับอาจารย์ฉันให้ดีหน่อย ดูฐานะตัวเองซะบ้าง!”
“เกี่ยวอะไรกับนายหรือไง?” หวู่เหวินโป๋ขมวดคิ้วมองหน้าหลี่ตงชิง
“ฉันหวังว่าแกจะเข้าใจนะ ฐานะของอาจารย์ฉันน่ะสูงส่งแค่ไหน อย่าว่าแต่แกเลย ต่อให้เป็นคนใหญ่คนโตของยันเจียงหรือแม้แต่หวาเซี่ยมา ก็จะมาเสียมารยาทกับอาจารย์ฉันแบบนี้ไม่ได้!”
หลี่ตงชิงรับคำอย่างเย็นชา จากนั้นก็พูดอีก: “เมื่อกี้มียัยแพศยาคนหนึ่งยืนไม่ถูกที่ โดนคนของเราตบไปสองฉาด ทำไมหรอ? แกจะออกหน้าให้แม่นั่นหรือไง?”
“ใครทำนะ?” หวู่เหว