บทที่ 86 เจ้าสำนักรุ่นสุดท้ายแห่งวิถีอสูรวิญญาณ
กลิ่นอายพลังของบรรพชนถิงโยวยังพุ่งทะยานขึ้นไม่หยุด ทว่าลวี่หยางกลับคงความสงบนิ่งไว้ เพราะเขารู้ดีว่าสภาพของอีกฝ่ายแท้จริงแล้วมิได้แตกต่างจากเขามากนัก
สูญสิ้นร่างกาย เหลือเพียงจิตวิญญาณ
การต่อสู้ด้วยเวทล้วนต้องอาศัยอานิสงส์จากฐานะที่มากับมหาวิชาเทพ พอลงสนามล่ากลับย่อมไร้พ่าย แต่หากประจันหน้ากับผู้ที่มีฐานะเสมอกันก็จะเผยความอ่อนด้อยออกมา
ที่ตอนนี้ยังสู้กันอย่างสูสี แท้จริงแล้วก็เพราะลวี่หยางเองก็อยู่ในสภาพย่ำแย่ไม่ต่างกัน
เพื่อหลอมเป็นเซียนถอดซาก ร่างของเขายังอยู่ในภาวะ“ตายแล้วจึงถอดซาก” สภาพหากเทียบกับบรรพชนถิงโยวแล้วก็เพียงเหนือกว่านิดหน่อย
แต่หากเขากล้าเป็นฝ่ายรุก ก็ย่อมเตรียมการมาพร้อมสรรพแล้ว
“อสนีบาตอินมารเร้นลับเก้าสวรรค์!”
เห็นเพียงบรรพชนถิงโยวสีหน้าเยียบเย็น เปล่งวาจาแห่งเต๋าออกจากปาก ประสานมือทำมุทราในบัดดล ฟากฟ้าพลันก่อเกิดประกายแสงสายฟ้า แสงฟ้าผ่าแลบวาบ กระหน่ำฟาดลงมาบนร่างลวี่หยางอย่างเฉียบพลัน
ครานี้ลวี่หยางหาได้ตั้งรับตรง ๆ หากแต่โคจรเคล็ดกระบี่อย่างเงียบงัน ก่อเกิดแสงกระบี่สายหนึ่งใต้ฝ่าเท้า ในขณะเดียวกันก็เรียกแก่นกระบี่เสวี่ยหยางเหินหนีไปร้อยลี้ จากนั้นแตกแยกแสงกระบี่อีกสาย แล้วอาศัยวิชาเคลื่อนย้ายแสงกระบี่แห่งเคล็ดกระบี่เทียนเซียวบิดกายแวบหนึ่งก็ไปปรากฏยังร้อยลี้เบื้องหน้า
ตูม!!!
เสียงฟาดเปรี้ยงดังกึกก้อง ลวี่หยางแลเห