งเพียงนี้ ยังกล้าอวดอ้างต่อหน้าข้าอีกเรอะ?”
ว่าจบ เขาก็ยกนิ้วขึ้นชี้ไปเบื้องหน้า
ปลายนิ้วที่ชี้ออกไป พลังลึกลับมืดดำพลันไหลทะลักออกมาเป็นสาย คลุมทั่วฟ้าดินอย่างน่าสะพรึง พอมองชัด ๆ กลับพบว่าเป็นอสูรวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วน ตัวเลขไม่ด้อยไปกว่าสายกระบี่ของลวี่หยางแม้แต่น้อย!
อสูรวิญญาณแต่ละตน ล้วนไล่ติดตามแสงกระบี่หนึ่งสาย
เมื่อคราลวี่หยางเคลื่อนตัวด้วยเคล็ดวิชากระบี่เหินออกจากสนามรบอีกครั้ง เขาก็เห็นบรรพชนถิงโยวบริกรรมทำมุทรา แล้วสั่นร่างหายวับไปจากที่เดิมเช่นกัน
ชั่วพริบตา เมื่อลวี่หยางทะลวงออกมาจากแสงกระบี่สายหนึ่ง ข้างกายของแสงกระบี่นั้นกลับมีอสูรวิญญาณแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ กลับกลายเป็นร่างของบรรพชนถิงโยว!
ตูม!!!
อีกหนึ่งวินาทีต่อมา ประกายแสงสายฟ้าแห่งหยินอีกสายก็ฟาดลงตรงศีรษะ ทว่าในจังหวะคับขัน ลวี่หยางก็สะบัดธงหมื่นวิญญาณในมือเพียงคราเดียว จากนั้นยันต์ห้าอสนีบาตนับร้อยนับพันก็พุ่งออกจากธงอย่างรวดเร็ว ทุกใบถูกกระตุ้นในเวลาเดียวกัน แปรเปลี่ยนกลายเป็นประกายแสงสายฟ้าหยางอันเจิดจ้า กระแทกปะทะกับประกายแสงสายฟ้าหยินกลางอากาศอย่างกึกก้อง!
“ยันต์เวทรึ?”
บรรพชนถิงโยวเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่นานก็คลายออก พลางเอ่ยอย่างเย้ยหยัน “แม้จะน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่เจ้าจะมีได้สักกี่ใบ? สุดท้ายก็ยังเป็นแค่ตักน้ำด้วยตะกร้า…!?”
เสียงของเขาขาดห้วงลงในฉับพลัน
เพราะในวินาทีถัดมา ลวี่หยางก็กางธงหมื่นวิญ