เพื่อเอาชนะเฉินเฟิงให้ได้
พอได้ยินพวกนั้นรายงานดังนั้น เฉินเฟิงก็ถือปืน แล้วเก็บไว้ที่เอว จากนั้นก็หายตัวไปในความมืดทันที
“แม่ง จวั่นฉีโย่เอ้อ บอกข้าที ว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
จายเถิงเหย่สุงที่อยู่ชั้นสามมีสีหน้าไม่ดี และพูดในวิทยุสื่อสารด้วยน้ำเสียงที่ต่ำมาก
จวั่นฉีโย่เอ้อที่เขาพูดนั้นก็คือ นินจาที่เป็นหัวหน้าของทั้งสิบคนนั้น และรับผิดชอบในการรับคำสั่งของนินจาที่เหลืออีกเก้าคนในการยิงเฉินเฟิง
“นายท่าน ที่หวาเซี่ยเฉินเฟิงได้เข้ามาใกล้บริเวณชิงช้าสวรรค์ ก่อนหน้านั้นเขาได้ฆ่านินจาไปสี่คน จากนั้นก็ได้ฆ่าพวกเราไปอีกหนึ่งคนขอรับ!”
จวั่นฉีโย่เอ้อนั่นห่างจากเฉินเฟิงอยู่มาก เขาหมอบมาตามพื้น และรีบหาต้นไม้ใหญ่เพื่อหลบการโจมตีของเฉินเฟิง หลังจากนั้นจึงหันไปรายงานซงเสี้ยจื้อจิ่ว
“อะ……อะไรนะ?”
ครั้งนี้ เขาไม่รอให้จายเถิงเหย่สุงได้พูดขึ้น เชียนเย่จี๋เจิ้งจึงรีบชิงพูดขึ้นก่อน: “เจ้าบอกว่ามันฆ่านินจาของเราไปสี่คนงั้นหรือ?”
“ใช่ขอรับ ท่านเชียนเย่จี๋เจิ้ง เขาเพียงแค่ง้างปืนสี่อัน ก็สามารถจัดการกับนินจามือปืนสี่คนของเราได้หมด…..” จวั่นฉีโย่เอ้อพูดไป ก็ขนลุกไป
ถึงตัวเขาเองจะเป็นถึงนินจาชั้นกลาง และก็เคยฝึกการใช้ปืนมาก่อน แถมเคยเจอกับมือปืนตัวฉกาจมาแล้ว แต่เขาก็ยังนึกไม่ถึงว่า ทำไมเฉินเฟิงถึงสามารถใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาก็สามารถจัดการกับสี่คนนั้นได้!
อีกอย่าง ถ้าหากไม่ใช่ว่าเขาเห็นด้วยตาตัวเอ