บริมฝีปากและฟันเช่นเดียวกัน พร้อมปลดปล่อยเสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาด!
ชั่วพริบตาเดียว เสียงนั้นก้องสะท้อนกังวานไปทั่วทั้งแดนลับภายในและภายนอก
เหล่าปุถุชนภายในนครหวั่งสื่อยังถือว่าพอทนได้ เพียงแต่พากันยกมือปิดหู ครั้นฟังแล้วก็รู้สึกประหนึ่งฟ้าร้องสะท้านจากภูผา ตกอยู่ในความสับสนมิอาจหาทิศทาง
มีมีเพียงผู้อาวุโสทั้งแปดของสำนักถิงโยวเท่านั้นที่รู้สึกราวกับเสียงของลวี่หยางแบกรับด้วยน้ำหนักอันแท้จริง เพียงคำรามหนึ่งครั้งก็กดทับลงมาบนร่างพวกเขาอย่างหนักหน่วง สั่นสะเทือนจนลำแสงที่ห่อหุ้มกายพลันกระเจิดกระเจิง แทบจะร่วงหล่นลงจากท้องฟ้า เงยหน้ามองร่างจอมปราชญ์ของลวี่หยางที่ปรากฏเหนือเกลียวเมฆก็มิอาจห้ามความหวาดกลัวในดวงตาได้
“เจ้าโจรโอหัง… เขากำลังลบหลู่บรรพชน”
“เพียงแค่เสียงเดียวก็ทำให้พวกเรา… เขามิใช่ว่าเป็นการดำรงอยู่ที่เหมือนกับบรรพชนหรอกรึ?”
“เป็นไปไม่ได้!”
ในชั่วเวลาเดียวกัน อาวุโสทั้งแปดล้วนเปลี่ยนสีหน้าอย่างสิ้นเชิง เลือดลมพลุ่งพล่านจนหน้าแดงก่ำ สิ่งที่เคยถกเถียงถึงวิธีปราบลวี่หยางเมื่อครู่ บัดนี้กลับดูไม่ต่างอันใดกับเรื่องตลกสิ้นเชิง!
ทว่าในวินาทีถัดมา สีหน้าของพวกเขากลับพลันฉายแววเปี่ยมยินดีออกมา…
เพียงเห็นเทวรูปสูงตระหง่านนั้นสั่นสะท้านเบาๆ ภายใต้แรงก้องเสียงของลวี่หยาง วิญญาณหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในก็ถูกปลุกให้ตื่น ส่งออกเสียงถอนหายใจยาวเหยียดว่า
“ศิษย์นิกายศักดิ์สิทธิ์…ในที่สุดเจ้าก็ม