ี้ยแสยะยิ้ม ช่างเป็นคนที่อกโตแต่ไร้สมอง โดนเขายั่วโมโหได้อย่างง่ายดาย
ฉวยโอกาสตอนที่หวู่เหวินเชี่ยนเผยจุดอ่อนของตัวเอง เยาวชนตัวเตี้ยก็ปล่อยมัดไฟออกไป
“ผลั่ก”
หวู่เหวินเชี่ยนลอยกระเด็นตกเวทีก่อนจะกระแทกพื้นอย่างแรง
“ศิษย์น้องหวู่เหวิน”
จอมยุทธ์ของสมาคมการค้าเชียสุ่ยหลายคนรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ
หวังเฉียนที่นั่งเงียบๆอยู่บนเก้าอี้พลางขมวดคิ้วมุ่น ความพ่ายแพ้ของหวู่เหวินเชี่ยนไม่ได้เหนือความคาดหมายของเขา
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเฉินเฟิงแล้วสินะ
หากเฉินเฟิงก็แพ้ เช่นนั้นล่ะก็การต่อสู้ของสมาคมการค้าจงไห่ในครั้งนี้ก็ประกาศจบได้เลย
เพราะว่าความสามารถของเบอร์เก้าและเบอร์สิบที่เหลือเทียบไม่ได้กับหวู่เหวินเชี่ยนด้วยซ้ำ
ไม่นานผู้ตัดสินวัยกลางคนบนเวทีก็ประกาศผล
หวู่เหวินเชี่ยนแพ้ เยาวชนตัวเตี้ยชนะ
ดังนั้นเยาวชนตัวเตี้ยจึงอยู่บนเวทีต่อเพื่อเผชิญหน้ากับผู้เข้าแข่งขันเบอร์แปดของสมาคมการค้าจงไห่หรือก็คือเฉินเฟิงอย่างไม่ต้องสงสัย
จอมยุทธ์หลายคนของทางสมาคมการค้าจงไห่เกิดความท้อแท้ เมื่อหวู่เหวินเชี่ยนแพ้นั่นหมายถึงการต่อสู้ในครั้งนี้ของสมาคมการค้าจงไห่ไร้ซึ่งความหวังแล้ว
ในสามคนที่เหลือ ความสามารถด้อยแล้วด้อยอีก หนึ่งในนั้นยังมีเฉินเฟิงที่เป็นจอมยุทธ์ฝึกเอง
ความสามารถแบบนี้จะเอาอะไรไปสู้กับสมาคมการค้าเชียสุ่ย?
“ศิษย์น้องเฉิน หากเกินความสามารถของมนุษย์แล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตาเถอะ” จางเทียนเซอถอนหายใจ