องโต๊ะอาหารอย่างเดียวโดยไม่พูดไม่จา
หลี่สื้อผิงกลับมองเฉินเฟิงเป็นระยะๆลุกลี้ลุกลนนั่งไม่สุขราวกับมีเข็มทิ่มตูด
“เสี่ยวเฟิง กินกันเถอะ” ขณะนั้นเองหวางหงอี้ก็ถือตะเกียบขึ้นมา
เฉินเฟิงพยักหน้ารับและเริ่มกินโดยไม่ได้สนใจท่าทางแปลกๆของหวางซือหยวนและหลี่สื้อผิง
วันนี้ยุ่งมาทั้งวันเขาเองก็เริ่มหิวแล้ว
“เสี่ยวเฟิง แกวางแผนจะกลับไปตอนไหน?” ในขณะที่กำลังทานอาหารฉับพลันหวางหงอี้ก็เอ่ยถามขึ้นมา
เฉินเฟิงวางตะเกียบลงก่อนเอ่ย “หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะกลับวันมะรืนครับ”
“วันมะรืนหรือ?”
“ถ้าเป็นวันมะรืนเกรงว่าพวกเราคงไม่ได้กลับด้วยกันแล้วล่ะ ฉันและคนอื่นๆจองตั๋วเรือของพรุ่งนี้เอาไว้” หวางหงอี้เอ่ยอย่างเสียดาย
เฉินเฟิงหัวเราะน้อยๆ ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูดหลี่สื้อผิงที่อยู่ด้านข้างกลับยกแก้วเหล้าขึ้นมาพลางมองหน้าเฉินเฟิงก่อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “เฉินเฟิง ฉันคารวะนายหนึ่งแก้ว”
เฉินเฟิงแปลกใจเล็กน้อยทว่าก็ยังยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับหลี่สื้อผิง
หลังจากชนแก้วหลี่สื้อผิงก็ยกดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
ตึง!
วางแก้วเหล้าลง หลี่สื้อผิงเริ่มมีอาการหน้าแดงเขามองหน้าเฉินเฟิงพลางเอ่ย “เฉินเฟิง เมื่อก่อนฉันไม่รู้ความทำให้ระหว่างเราเกิดความผิดใจกัน”
“หวังว่านายจะเห็นแก่เหล้าแก้วนี้แล้วให้โอกาสฉันแก้ตัวใหม่เพื่อจบสิ้นความบาดหมางในอดีต”
นี่หลี่สื้อผิงกำลังยอมรับผิดกับเขาหรือ?
เฉินเฟิงมีสีหน้าแปลกใจ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลี่สื้อผิงจะมา