ค่อนข้างพิเศษ ไม่สามารถให้คนรู้มากเกินไปได้ ดังนั้นเลยไม่ได้บอกพวกนายคนไหนเลย” ฉู่ยี่เฟยพูดตรงๆ
“พี่ฉู่ไม่ต้องอธิบาย ผมเข้าใจ” หวังเฉียนพูดจริงจัง “พี่ฉู่ ฝีมือของจอมยุทธ์อิสระคนั้นเป็นยังไง? เก่งกว่าหรือด้อยกว่าผม?”
ตอนนี้หวังเฉียนอยากรู้ที่สุดคือ ฝีมือของเฉินเฟิง
“เทียบกับนาย?” ฉู่ยี่เฟยมองหน้าหวังเฉียนพูดกลั้วหัวเราะว่า: “นายกับเขาน่าจะเป็นระหว่างป๋อจงนะ”
“ระหว่างป๋อจง (เปรียบเปรยว่าพอๆกัน)?” หวังเฉียนยังไม่อยากยอมรับ ถึงเฉินเฟิงจะไม่เคยแสดงฝีมือที่แท้จริงของตัวเองออกมา แต่ในสายตาเขา ฝีมือของเฉินเฟิงน่าจะด้อยกว่าเขาหน่อย แต่ฉู่ยี่เฟยกลับบอกว่าเฉินเฟิงฝีมือพอๆกับเขา
“หวังเฉียน พี่รู้ว่านายไม่ยอมรับ แต่ฝีมือของเฉินเฟิงรับรองว่าเก่งกว่าที่นายคิดแน่นอน”
“หลายวันก่อน มีศิษย์นักบุญมีดระดับกลางอ้านจิ้งคนหนึ่งลอบฆ่าเขา เขาจัดการได้ในท่าเดียวเลย”
ฉู่ยี่เฟยพูดกลั้วหัวเราะ อัจฉริยะอย่างหวังเฉียน จะเย่อหยิ่งทระนงตนก็ไม่แปลก คนที่พวกเขาจะเห็นในสายตา ก็มีแต่อัจฉริยะในระดับเดียวกันเท่านั้น เฉินเฟิงยังถึงขั้นหรอก”
“จัดการได้ในท่าเดียว?!”
พอได้ยินฉู่ยี่เฟยพูดแบบนั้น หวังเฉียนอดตกใจไม่ได้
ศิษย์นักบุญมีดระดับกลางอ้านจิ้ง ถือเป็นยอดฝีมือระดับเดียวกับชายหนุ่มร่างเตี้ยก่อนหน้านี้แล้ว
ยอดฝีมือแบบนี้ต่อให้เป็นเขา ก็ต้องเหนื่อยเอาการ
แต่เฉินเฟิงจัดการได้ในท่าเดียว!
ถ้าเป็นจริงเหมือนที่ฉู่ยี่เฟยบอก งั้นฝ