ีมือเฉินเฟิงดูท่าจะไม่พอกันกับเขาแล้วล่ะ น่าจะเป็นชนะเขาขาดเลยมากกว่า!
“พี่ฉู่ ผมขอไม่กลับไปก่อนละกันนะ” จู่ๆหวังเฉียนก็พูดขึ้น
“นายไม่กลับ?!” ฉู่ยี่เฟยร้อนใจขึ้นมา ที่เขาพูดไปมากมายขนาดนั้น เพื่อให้หวังเฉียนยอมวางใจและกลับไป แต่ตอนนี้พอหวังเฉียนฟังเขาพูดแล้วกลับไม่ยอมกลับไป นี่เขาพูดผิดตรงไหนเนี่ย
“อืม ไม่กลับ ผมจะรอการประลองจบก่อนค่อยกลับ” หวังเฉียนพูดเสียงเรียบ
“แต่…”
“พี่ฉู่วางใจเถอะ การประลองวันพรุ่งนี้ผมไม่เข้าร่วมหรอก” เหมือนรู้ว่าฉู่ยี่เฟยจะพูดอะไร หวังเฉียนตัดบทกลั้วหัวเราะ ที่เขาจะยังอยู่ที่นี่ เพื่อดูฝีมือเฉินเฟิง
เขาอยากรู้มากว่า เฉินเฟิงจะแกร่งอย่างที่ฉู่ยี่เฟยพูดจริงไหม
“เฮ้อ…”
ฉู่อี้เฟิยถอนหายใจยาว เขามัวแต่พยายามกล่อมให้หวังเฉียนกลับไป แต่กลับลืมไปว่าหวังเฉียนเป็นคนชอบเอาชนะ อัจฉริยะแบบหวังเฉียน ได้ยินว่ามีคนที่เป็นอัจฉริยะยิ่งกว่าตนอยู่ จะยอมพลาดโอกาสไปได้ไง?
“ไม่ไปก็ไม่ไป”
“หมอเลี่ยว ดูแลหวังเฉียนให้ดีด้วย เขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด” ฉู่ยี่เฟยบอก ถึงอาการบาดเจ็บของหวังเฉียนจะสาหัส แต่เขาเป็นจอมยุทธ์ แค่สองสามวันยังทนไหวอยู่ ดังนั้นไม่ถึงกับต้องกลับวันนี้
“ประธานฉู่วางใจได้ครับ ผมจะดูแลคุณหวังอย่างดี”
ได้รับคำยืนยันจากหมอเลี่ยว ฉู่ยี่เฟยถึงหมุนตัวจากไป
อีกด้าน ในห้องประชุดที่จัดขึ้นเป็นการด่วน สมาคมการค้าจงไห่กำลังมีสีหน้าเหมือนกินบอระเพ็ดเข้าไป
“ศิษย์พี่หวังคงลง