วลานี้แล้ว เฉินเฟิงยังมั่นใจซะ ไม่มีอาการร้อนใจแม้สักนิด เขาไม่แคร์การประลองครั้งนี้เลยล่ะมั้ง
“มีผมอยู่ การประลองพรุ่งนี้ไม่แพ้หรอก” เฉินเฟิงหัวเราะ เขากล้าพูดคำนี้ ก็ต้องมีความสามารถพอที่จะพูดได้ ในหมู่จอมยุทธ์ยี่สิบคนที่มาประลองนี้ มีเขาแค่คนเดียวที่สำเร็จระดับต้นหั้วจิ้ง
ต่อให้ไม่มีหวังเฉียนและจางเทียนเซอพวกนี้ แค่เขาคนเดียวก็พอสู้กับจอมยุทธ์สิบคนของสมาคมการค้าเชียสุ่ยแล้ว
ระดับปลายอ้านจิ้งกับระดับต้นหั้วจิ้งต่างกันราวฟ้ากับเหว
อีกอย่าง จอมยุทธ์ฝั่งสมาคมการค้าเชียสุ่ยน่ะยังไม่ถึงระดับกลางอ้านจิ้งกันเลยด้วยซ้ำ
“เหอะ คุยโม้” หวู่เหวินเชี่ยนเบ้ปาก เฉินเฟิงพูดแบบนี้เธอไม่เชื่อเลยสักนิด
ที่จริงแล้วเธอเตรียมใจที่จะแพ้การประลองไว้เรียบร้อย
หรือพูดอีกอย่าง ไม่แค่เธอเท่านั้น คนอื่นก็ทำใจแพ้การประลองกันไว้แล้ว
พอหวังเฉียนแพ้ ใจของคนฝั่งสมาคมการค้าจงไห่ก็แตกแยกละ
“ต้องโทษผมที่ไม่มีประโยชน์ ถ้าตอนแรกผมเอาชนะได้สักคนก็คงดี” หยางเสี่ยนหมิงอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ในฐานะศิษย์ก้นกุฎิเจ้าสำนักสำนักปากว้า การขึ้นประลองครั้งนี้ของเขาไม่เพียงไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยเท่านั้น ยังโดนคนตัดแขนขาดหนึ่งข้างซะอีก