งเขาไปด้วย มันยิ่งทำให้คนรู้สึกต่างรู้สึกว่าเขาดูดุร้าย
“พี่วัง เมื่อคืนนี้เที่ยวได้สนุกเต็มอิ่มไหม?” เมื่อเห็นวังโฉงหยาง ฉู่ยี่เฟยเป็นคนทักทายก่อน ถึงแม้ว่าตำแหน่งของเขากับวังโฉงหยางจะห่างกันไม่มากนัก แต่เมื่อนับอายุแล้ว วังโฉงหยางอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย ดังนั้นในทางความรู้สึกแล้ว เขาย่อมต้องเรียกวังโฉงหยางว่าพี่อยู่แล้ว
“ฮ่าๆ เมื่อวานน้องฉู่ไม่ได้ไปเที่ยวกับข้าน้อยวัง แล้วข้าน้อยวังสนุกเต็มที่ได้ยังไง?” วังโฉงหยางยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมทั้งนำพาให้คนรู้สึกสบายใจอีกด้วย
“ขออภัยด้วย พี่วัง เมื่อคืนวานพวกเรามาสายไปหน่อย” ฉู่ยี่เฟยเอ่ยปากพูดอย่างขมขื่น
วังโฉงหยางโบกมือไปมา “ไม่เป็นไร หลังจากเสร็จสิ้นการเดิมพันประลองฝีมือในครั้งนี้แล้ว พวกเราค่อยมานัดเจอกันอีกครั้ง”
เมื่อพูดจบ วังโฉงหยางก็เบนสายตามาทางจางเทียนเซอที่อยู่ด้านหลังฉู่ยี่เฟย “ใช่สิ ท่านนี้คืออาจารย์จางที่เป็นศิษย์รักของเทียนเซออาวุโสใช่ไหม?”
“ถูกต้อง” ไม่รอให้ฉู่ยี่เฟยแนะนำตนเอง จางเทียนเซอรีบยิ้มให้พร้อมทั้งลุกขึ้นยืนพูดเองทันที
“อาจารย์จางนี่ช่างเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เป็นผู้สืบทอดของเทียนเซออาวุโส” วังโฉงหยางพูดยกยออย่างไม่เกรงอกเกรงใจ
“พี่วังก็ชมเดินไปแล้ว” ใบหน้าของจางเทียนเซอถูกชมยกยอจนไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ใช่สิ สองท่านนี้….” วังโฉงหยางเบนสายตามาทางหยางเสี่ยนหมิงและหูฉี่ซิง
“สำนักสิงอี้ หูฉี่ซิง”
“สำนักปากว้า หยางเสี่ยนหม