ิง”
หลังจากที่ทั้งสองคนต่างแนะนำชื่อพร้อมทั้งประวัติกันเรียบร้อยแล้ว การแสดงท่าทีที่มีต่อวังโฉงหยาง ก็ไม่ได้สนิทสนม หรือว่าห่างเหินแต่อย่างใด เพราะว่าพวกเขาเป็นคนที่ตระกูลฉู่เชื้อเชิญมา ถ้าแสดงท่าทีสนิทสนมกับวังโฉงหยางในเวลานี้เกินควร ฉู่ยี่เฟยยิ่งทำรู้สึกลำบากใจ
ถึงแม้ว่าการแสดงท่าทีนั้นจะไม่มีเรื่องอื่นเข้ามา ทว่าวังโฉงหยางก็ยังคงแสดงท่าทีเป็นมิตร หลังจากที่ไปชื่นชมกับคนสองคนนั้นเสร็จ วังโฉงหยางก็หัวเราะดังลั่นแล้วมองมาทางเฉินเฟิง “ท่านนี้คือฮีโร่ที่เคยช่วยชีวิตฉู่ชีงฉือเอาไว้ครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ใช่ไหม?”
“ไม่ผิดหรอก” เฉินเฟิงยิ้มให้ วังโฉงหยางคนนี้พูดตรงๆ แต่เป็นคนที่ละเอียดรอบคอบ ดูเหมือนว่าพูดจาโผงผางไม่มีพิษมีภัย ทว่าในใจนั้นเป็นไม้เลื้อยดีๆ นี่เอง
การที่ออกมาพูดในเวลานี้ว่าเขาเคยเป็นคนช่วยชีวิตฉู่ชีงฉือมาแล้วครั้งหนึ่ง นั่นก็เป็นการแสดงฐานะที่แท้จริงของเขาออกมา ความจริงแล้ว เอาคำพูดนี้มาบอกกล่าวกับบรรดาพวกของจางเทียนเซอให้ได้ยิน แล้วเหตุผลที่ว่าทำไมต้องมาพูดว่าให้พวกจางเทียนเซอฟังนั้น เฉินเฟิงเองก็ยังคิดไม่ออก
เป็นไปตามที่เฉินเฟิงคาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่วังโฉงหยางพูดจบแล้ว สีหน้าของจางเทียนเซอ หูฉี่ซิงและหยางเสี่ยนหมิง ต่างเปลี่ยนไปทันที เฉินเฟิงถึงขั้นเคยไปช่วยชีวิตฉู่ชีงฉือเอาไว้? แล้วทำไมพวกเขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย?
“ฟังจากที่ยี่เฟยพูดมาว่า คุณกับชีงฉือได้ดูใจกันไว้แล