ปุ่นสองอีพยักหน้าให้
เมื่อเห็นว่ากงปุ่นสองอีตอบตกลง หลิ่วซวนเกิดความร้อนรนขึ้นมาทัน “คุณกงปุ่น เอ่อ…ไม่เหมาะกระมัง ตอนนี้พวกเขายอมตกลง แต่เดี๋ยวพวกเขาวิ่งหนีไปจะทำยังไง? พวกเราหนีไป พวกเราจะไม่มีทางหาพวกเขาได้เจอ…”
“คุณหวางเขาไม่หนีไปไหนหรอก เขาไม่ใช่คนแบบนั้น” กงปุ่นสองอีโบกมือปฏิเสธ เพื่อต้องการให้หลิ่วซวนหยุดพูดต่อ ถึงแม้ว่าเขากับหวางหงอี้จะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่ว่าเขาก็ดูออกว่า หวางหงอี้เป็นคนที่ซื่อสัตย์รักษาคำพูดมาก คนประเภทนี้เมื่อพูดออกมาแล้ว ต้องเป็นคำไหนคำนั้น เรื่องหนีหัวซุกหัวซุนนั้น พวกเขาไม่ทำหรอก
หวางหงอี้มองไปหาหลิ่วซวนพร้อมทั้งพูดว่า “คุณผู้หญิงท่านนี้ ถึงแม้ว่าเงินห้าล้านมันจะเป็นเงินที่เยอะมากก็ตาม แต่ข้าน้อยหวางก็ไม่คิดสั้นที่จะหนีเพื่อเงินห้าล้านหรอก ดังนั้นเชิญคุณผู้หญิงท่านนี้วางใจได้เลย เงินห้าล้านของคุณกงปุ่นนั้น ผู้น้อยหวางจะเอามาให้ไม่ให้พลาดไปสักแดงเดียว”
“หึ พูดจนน่าฟังกว่าร้องเพลงเสียอีก” หลิ่วซวนบ่นพึมพำ ความจริงแล้วการที่หวางหงอี้จะหนีเตลิดไปหรือเปล่าย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอ การที่เธอต้องมาคอยเตือนกงปุ่นสองอี ก็เพื่ออยากทำให้กงปุ่นสองอีรู้สึกดีเท่านั้นเอง เพราะถึงอย่างไรกงปุ่นสองอีเป็นเงินกองโตที่หาได้ไม่ง่ายสำหรับเธอ ถ้าการทำให้กงปุ่นสองอีวางใจได้นั้น งั้นเธออย่างน้อยปีสองปีนี้ก็ไม่ต้องออกแรงมากแล้ว
หลังจากที่ไม่ได้สนใจหลิ่วซวนแล้ว หวางหงอ