ี้ก็หันไปคุยกับกงปุ่นสองอี “คุณกงปุ่น จะสะดวกไหมถ้าจะขอช่องทางการติดต่อของคุณให้ผู้น้อยหวางได้ไหม สามวันหลังจากนี้ ผู้น้อยหวางจะเอาเงินห้าล้านมาให้ จะได้หาคุณกงปุ่นได้สะดวก”
“ได้”
กงปุ่นสองอียิ้มให้เล็กน้อย จากนั้นก็ให้เบอร์ติดต่อของตนเองไป
เรื่องวุ่นวายของกำไล ก็ผ่านพ้นไปด้วยดีไม่มีอันตรายเกิดขึ้น
หลิ่วซวนกอดแขนของกงปุ่นสองอีเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกไปจากที่นี่–พร้อมกับกงปุ่นสองอี
ทว่าเพิ้งเย้นฟางมองไปทางหลิ่วซวนกับกงปุ่นสองอีที่กำลังเดินออกไป หน้าดำคร่ำเครียดพร้อมทั้งสบถด่าออกมา “อีนางจิ้งจอกแพศยา ทำตัวเป็นหมาให้คนญี่ปุ่นมาคอยจูงจมูกเดิน ช่างน่าอับอายขายขี้หน้ายันโคตรเหง้า!”
“เย้นฟาง อย่าพูดมั่วๆ ไม่แน่คุณผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นล่ามที่คุณกงปุ่นเชิญมาก็ได้…” หวางหงอี้เริ่มพูดด้วยความเบื่อหน่าย
“ล่ามเหรอ? คนญี่ปุ่นคนนั้นพูดภาษาหวาเซี่ยยังคล่องแคล่วกว่าพวกเราอีก เขาต้องไปเชิญล่ามมาคอยแปลด้วยเหรอ? ฉันว่าอีนางแพศยานั้นมันก็อยากจะใช้โอกาสในการปีนขึ้นเตียงกับคนญี่ปุ่นมากกว่า…” เพิ้งเย้นฟางแสยะยิ้มให้
“เฉินเฟิง?!”
เวลานั้นเอง ก็มีเสียงเรียกอย่างประหลาดใจดังขึ้น
หลี่สื้อผิงเบิกตาโต ทำราวกับเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ นัยน์ตามีแต่ความไม่อยากจะเชื่อ
ตอนที่เขากำลังหันตัวกลับมานั้น เมื่อหันมาแล้วก็พบว่า เฉินเฟิงมายืนอยู่ด้านหลังเขา!
“ไม่เจอกันเสียตั้งนั้น ผู้จัดการหลี่”
เฉินเฟิงยิ้มให้เล็กน้อย เมื่อครู