น “รอก่อน ฉันไปกับพวกนายด้วย”
“ไปด้วยงั้นหรือ?” เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟยฉู่ยี่เฟยก็อึ้งไปพร้อมกับมีสีหน้าแปลกใจ “เสี่ยวเฟิง นายจะออกไปอยู่ด้านนอกหรือ?”
“ครับ” เฉินเฟิงพยักหน้าเบาๆก่อนเอ่ยแกมหัวเราะ “พี่ฉู่ ตอนกลางคืนผมฝึกวิชาเป็นกิจวัตรอยู่ที่วิลล่านี้อาจจะรบกวนคนอื่นๆได้ ดังนั้นผมเลยอยากออกไปอยู่ด้านนอกกับพวกเสี่ยวอู่”
ตอนกลางคืนฝึกวิชาเป็นกิจวัตรอย่างงั้นหรือ?
ฉู่ยี่เฟยมีสีหน้าแปลกใจ คำตอบของเฉินเฟิงทำไมฟังดูเหมือนเป็นข้ออ้าง?
“ก็ได้ นายออกไปอยู่ด้านนอกกับพวกเสี่ยวอู่เถอะ แต่ว่าพรุ่งนี้เช้านายต้องมาให้ตรงเวลานะ” ตอนแรกฉู่ยี่เฟยอยากจะรั้งไว้แต่เขาก็เปลี่ยนใจ
ที่เฉินเฟิงทำแบบนี้อาจจะเพราะมีความลับที่ต้องการปกปิดไว้ อาศัยอยู่กับพวกจางเทียนเซอความลับอาจจะแตกได้ง่าย ดังนั้นหากเขาเอ่ยรั้งไว้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดี
“พี่ฉู่วางใจได้ครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะรีบมา” เฉินเฟิงยิ้มจางๆ ความจริงแล้วฉู่ยี่เฟยเดาไม่ผิด ที่เขาบอกว่าตอนกลางคืนต้องฝึกวิชาเป็นกิจวัตรเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น
ที่เขาต้องออกไปอยู่ด้านนอกก็เพราะคำพูดประโยคหนึ่งของชายวัยกลางคน ‘วังโฉงหยางพาคนออกไปเที่ยว’
หากเขาเดาไม่ผิด วังโฉงหยางที่ชายวัยกลางคนกล่าวถึงความจริงแล้วเป็นหัวหน้าทีมต่อสู้ครั้งนี้ของตระกูลวัง
เฉินเฟิงไม่รู้จักวังโฉงหยางแม้แต่หน้าก็ไม่เคยเห็น แต่ชื่อวังโฉงหยางกลับสลักลึกอยู่ในใจเขา
เพราะว่าวังโฉงหยางมีส่วนเกี่ยวข้อง