เฟิงจะต่ำไปหน่อย ทว่าพรสวรรค์ของเฉินเฟิงก็เป็นที่ยอมรับได้ ในอนาคตเฉินเฟิงอาจจะมีโอกาสไปถึงขั้นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ก็ได้
หากเฉินเฟิงสามารถผ่านไปถึงขั้นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้จริงๆ……
สีหน้าของจางเทียนเซอเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาหันไปมองเฉินเฟิงอีกครั้งด้วยสีหน้าที่แฝงไว้ด้วยความปรารถนาดี “การต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ คุณทำให้เต็มที่ก็พอ หากต้านฝั่งตรงข้ามไม่ไหวจริงๆก็ยอมแพ้เสีย อย่าฝืนตัวเองเด็ดขาด การฝืนตัวเองจะเป็นการทำร้ายพื้นฐานของคุณ”
อย่าฝืนงั้นหรือ?
สีหน้าของเฉินเฟิงแปลกประหลาด นี่จางเทียนเซอกำลังเป็นห่วงตัวเขางั้นหรือ?
ทำไมท่าทีของเขาถึงเปลี่ยนรวดเร็วขนาดนี้?
ถึงแม้จะนึกสงสัยทว่าเฉินเฟิงก็ยังไม่ได้แสดงออกมา เขาเอ่ยแกมหัวเราะ “ที่รุ่นพี่จางแนะนำเมื่อครู่ ผมจะจำไว้ หากพรุ่งนี้ผมสู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้จริงๆ ผมจะยอมแพ้”
“อืม คุณคิดแบบนี้ได้ก็ดี” จางเทียนเซอพยักหน้ารับ เขาพึงพอใจมากกับท่าทีของเฉินเฟิง ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กที่สั่งสอนได้
“รุ่นน้องเฉิน บอกตรงๆเลยแล้วกัน ช่วงสำคัญของการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ความจริงแล้วอยู่ที่ผมกับมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่ คนที่อยู่ในขั้นอ้านจิ้งชั้นต้นอย่างพวกคุณมีไว้เพื่อลดทอนพละกำลังของจอมยุทธ์ประเทศญี่ปุ่น”
“ยิ่งพวกคุณลดทอนพละกำลังจอมยุทธ์ของประเทศญี่ปุ่นได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่ผมและมหาปรมาจารย์ด้านกระบี่จะอยู่จนถึงตอนสุดท้ายก็มีมากเท่านั้น”
“ดังนั้นพรุ่งนี้จอม