: “พรุ่งนี้พี่ไม่ไป พี่จะปักหลักที่สหพันธ์สงคราม”
“แต่ทางสหพันธ์บูโดจะให้รองประมุขจางไปดูแลระบบต่างๆของสถานที่แข่ง รองประมุขจางเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนทางการ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล นายไปหารองประมุขจางได้”
“ได้”
เหมือนรู้ว่าเฉินเฟิงกังวลอะไร สือโพ่จุนพูดยิ้มๆว่า:
“ไม่ต้องกังวลมากไปหรอก ทางด้านญี่ปุ่นไม่บ้าขนาดนั้น การประลองครั้งนี้ถึงจะสำคัญมาก แต่ถ้าเทียบกับสัมพันธไมตรีระหว่างสองประเทศ การประลองไม่สำคัญอะไรเลย ทางด้านญี่ปุ่นไม่มีทางยอมเสี่ยงเสื่อมเสียชื่อเสียงแล้วลงมือกับพวกนายหรอก”
“ผมเข้าใจ” เฉินเฟิงยิ้ม วงการศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่นไม่ลงมือ แต่วงการศิลปะการต่อสู้หวาเซี่ยไม่แน่สิ
สือโพ่จุนกลับไปไม่นาน เฉินเฟิงก็ได้รับโทรศัพท์จากฉู่ชีงฉือ
ฉู่ชีงฉือติดต่อเขาครั้งนี้ แน่นอนว่าเพราะการประลอง
การประลองครั้งนี้ทางด้านตระกูลฉู่ส่งจอมยุทธ์ออกมาสี่คน ตอนนี้อีกสามคนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลฉู่แล้ว ขาดเฉินเฟิงแค่คนเดียว
พอบอกเวลาที่แน่นอนกับฉู่ชีงฉือแล้ว เฉินเฟิงก็กลับมาที่โรงพยาบาล กำชับเสี้ยเมิ่งเหยา ให้เธอดูแลตัวเองดีๆ
ได้ยินฉู่ชีงฉือบอกว่า การประลองครั้งนี้อย่างน้อยต้องใช้เวลาสามวัน ถ้าบวกกับเวลาที่นั่งเรือไปด้วยสองวัน น่าจะต้องใช้เวลาห้าวันเลยทีเดียว
เวลาห้าวัน ใครก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ถึงเสี้ยเมิ่งเหยาตอนนี้จะมีฝีมือระดับหมิงจิ้นแล้ว แต่ศัตรูของเขาก็เก่งกว่าตอนอยู่ชางโจวไม่น้อย ถ้าคนพวกนี้อยากต