่อบริษัทตัวเอง ไม่ได้บอกชื่อตระกูลฉิน ที่ไม่บอก เพราะเขาคิดว่า จะแอ้มผู้หญิงอย่างเสี้ยเมิ่งเหยา ไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อตระกูลฉินหรอก แค่ชื่อบริษัทก็พอถมถืด
หนึ่งวิ สองวิ สามวิ…
สิบวินาทีผ่านไปแล้ว
เสี้ยเมิ่งเหยายังคงยืนนิ่งมองฉินหมิงด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่ได้ทำหรือพูดอะไรเลย
สีหน้ากระหยิ่มอย่างมั่นใจของฉินหมิงเริ่มค่อยๆหายไป
“คุณชายฉินอุตส่าห์เข้ามาทาบทามเองแล้ว อย่าเล่นตัวไปเลยน่า ถ้าทำคุณชายฉินโกรธขึ้นมา คุณนั่นแหละจะเดือดร้อนนะ!” พนักงานสาวสวยที่ยืนอยู่ข้างๆทนดูต่อไปไม่ไหว ตะคอกเสียงแทรกขึ้นมา
“ต้องอ่อนโยนกับสาวสวยสิ”
ฉินหมิงยิ้มบาง แกล้งโบกมืออย่างไม่สนใจ และยกแก้วไวน์หมุนหันไปมองเฉินเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ:
“คุณผู้ชายคนนี้ สาวสวยคนนี้…เป็นอะไรกับนายหรอ?”
“เมีย” เฉินเฟิงตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“เมีย?” ฉินหมิงยิ้มบาง “นับตั้งแต่นี้ไปเธอไม่ใช่แล้วล่ะ”
“หือ?” เฉินเฟิงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
ฉินหมิงก้าวเท้าขึ้นหน้าหนึ่งก้าวมายืนตรงหน้าเฉินเฟิง พูดยิ้มๆว่า: “ไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรือไง? ฉันชอบผู้หญิงของนาย นับแต่นี้ไปเธอไม่ใช่เมียนายแล้ว”
“ฮะฮะฮะ คุณชายฉินนี่กร่างไม่เปลี่ยนเลยนะ นี่ไปบอกให้ไอ้กระจอกยกเมียให้ดื้อๆเลย”
“ไม่กร่างจะเรียกคุณชายฉินหรอไง?”
“พวกนายว่า เจ้ากระจอกนี่จะยอมยกเมียตัวเองให้ไหม?”
“ฉันเดานะ ถ้าเพียงมันไม่ตาบอด น่าจะมองออกว่า กุญแจรถที่เอวคุณชายฉินน่ะ เป็นรุ่นลิมิเต็ทของ Bugatti Vey