ronนะ…”
พวกเพื่อนขยะของฉินหมิงหัวเราะร่าอย่างไม่เกรงใจใคร ไม่เห็นเฉินเฟิงในสายตาสักนิด
นอกจากคนพวกนี้แล้ว พนักงานสาวสวยและแขกหลายคนในห้องอาหารยังพากันมองเฉินเฟิงอย่างนึกสนุก ประหนึ่งสงสัยว่าเฉินเฟิงจะมีปฏิกิริยายังไง
“เมื่อกี้ได้ยินเธอพูดว่า นายเป็นคนตระกูลฉิน?” เดิมทุกคนคฺดว่าเฉินเฟิงจะตัดสินใจ แต่ไม่คิดว่า เฉินเฟิงตอบไม่ตรงคำถามเอาแบบนี้
ฉินหมิงอึ้งก่อนเล็กน้อย ก่อนยิ้มอย่างเย่อหยิงพลางว่า: “ใช่ ฉันเป็นคนตระกูลฉินจริงๆ”
เฉินเฟิงผงกหัวเล็กน้อย: “ฉินเสวี่ยนหรัวเป็นอะไรกับนาย?”
ฉินเสวี่ยนหรัว?!
ฉินหมิงมีสีหน้าตกใจมาก: “นายรู้จักชื่อน้าเล็กได้ยังไง?!”
“น้าเล็กหรอ…” เฉินเฟิงพึมพำออกมาคำหนึ่ง ตอนได้ยินพนักงานสาวสวยบอกว่าฉินหมิงเป็นคนตระกูลฉิน เขาก็กำลังครุ่นคิดเรื่องความสัมพันธ์ของฉินหมิงกับฉินเสวี่ยนหรัวอยู่ ดูจากอายุของฉินหมิงแล้ว เป็นไปได้มากว่าเขาจะเป็นหลานชายของฉินเสวี่ยนหรัว ดูท่าเขาจะเดาถูกแฮะ
“ฉันถามนายอยู่นะ? นายหูหนวกหรือไง?”
พอเห็นเฉินเฟิงพึมพำกับตัวเอง ไม่ตอบคำถามเขา ฉินหมิงเริ่มไม่พอใจขึ้นมา
เฉินเฟิงยิ้มบางว่า: “ฉันจะเตือนนายนะว่า ให้มีมารยาทกับฉันหน่อย ไม่งั้นน้าเล็กของนายไม่ลงโทษนายสถานเบาแน่”
“น้าเล็กจะลงโทษฉันอย่างหนัก?” ฉินหมิงโกรธจนหัวเราะ เขาไม่รู้ว่าเฉินเฟิงเอาน้ำเสียงอะไรมาพูดคำนี้ มันถือดียังไงคิดว่าน้าเล็กจะไม่ลงโทษเขาสถานเบาเพื่อคนแปลกหน้าอย่างมัน
“ฉันจะถามนายเ