กล้เคียงกับตระกูลเฉิน ไม่ใช่ว่าไม่มีซะที่ไหน” เสี้ยเว่ยกั๋วพูดฮึมอัมในลำคอ จากนั้นก็พูดต่อ
“อีกอย่าง คนที่ต้องการฆ่าเสี่ยวเฟิง ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในตระกูลอื่น” เสี้ยเว่ยกั๋วขมวดคิ้ว
“คุณหมายความว่า….”
“คุณลืมไปแล้วหรอกคราวที่แล้วมีคนมาที่บ้านเรา แล้วยังมีผู้หญิงที่ทำร้ายคุณกับฉัน และเมิ่งเหยาอีกคนด้วย?” เสี้ยเว่ยกั๋วถามกลับ
หลินหลันหนาวขนลุก พร้อมทั้งรีบพยักหน้าให้ “ฉันไม่ลืม ฉันจะลืมมันลงไปได้ยังไง อีนางนั่น อีกนิดก็จะฆ่าเมิ่งเหยาให้ตายแล้ว”
“เธอก็แซ่เฉิน เหมือนจะชื่อเฉินอิงโร” เสี้ยเว่ยกั๋วพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม
“ตามที่คุณพูดมา ต้องการฆ่าเฉินเฟิง เป็นคนในตระกูลเฉิน!”
หลินหลันมีสติไหวพริบ ถ้าเป็นไปตามที่เสี้ยเว่ยกั๋วพูด งั้นเธอกับเฉินเฟิงที่สนิทสนมกันเช่นนี้ งั้นเหมือนรนหาที่ตายนะสิ?
“เป็นไปได้มาก” เสี้ยเว่ยกั๋วพยักหน้าให้ “เสี่ยวเฟิงกับใครสักคนในตระกูลเฉิน ต้องมีเรื่องบาดหมางที่ยังคุยไม่ลงตัวกันแน่”
“เว่ยกั๋ว คุณอย่าทำให้ฉันขวัญหนีดีฝ่อเลย ถ้ามันเป็นจริงตามที่พูด งั้นพวกเราก็ตกอยู่ในอันตรายนะสิ?” หลินหลันเริ่มกระวนกระวายใจ
“อันตราย มันต้องมีแน่นอน…แต่ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับเสี่ยวเฟิงนั้น ตอนนี้ก็ไม่ได้สนิทสนมกันมาก….” เมื่อพูดถึงตรงนี้ เหมือนนึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้ สีหน้าของเสี้ยเว่ยกั๋วเหมือนคิดได้ จากนั้นก็มองมาทางหลินหลัน “หลันหลัน ฉันเพิ่งคิดออก การหย่าร้างของเสี่ยวเ