้อแก้ตัวขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งโยนความผิดมาให้หมาทิเบตสีดำนั่นแทน
“เหรอ?” เฉินเฟิงยิ้มถาม
“ใช่ๆๆ หมาฉันมันไปกัดเอง ไม่เกี่ยวข้องกับฉัน” หลี่หงรีบพยักหน้า
“ไม่เกี่ยวกับแกเหรอ?” มุมปากของเฉินเฟิงกระตุกรอยยิ้มการเยาะเย้ยหนักกว่าเก่า “เป็นหมาของแก แล้วทำไมจะไม่เกี่ยวกับแกล่ะ?”
“แกนี่มันเป็นหมายังไม่ได้เลย หมาเป็นสัตว์ที่ทำอะไรลงไปก็กล้ารับ แกลงมือทำแต่ไม่กล้ายอมรับ”
หลี่หงหน้าแดง คำพูดของเฉินเฟิง มันยิ่งเหมือนเหยียบหน้าเธอให้จมดิน
“ฉันจะไม่ทำให้แกลำบากใจ หมาของแก กัดขาพ่อฉันไปหนึ่งข้าง งั้นแกก็เอาขาข้างหนึ่งชดใช้กลับคืนมา” เฉินเฟิงพูดตามปกติ
“ชดใช้ขา?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าหลี่หงขาวโพลน
“ไม่… ไม่เอา!” เมื่อเห็นเฉินเฟิงเดินมาหา หลี่หงตัวสั่นทันที
ทว่าเฉินเฟิงไม่ยอมใจอ่อน เขายิ้มให้อย่างเย็นชาแล้ว ก็ยกเท้าขึ้น จากนั้นก็เหยียบไปที่น่องขาของหลี่หง
“กร๊อบแกร๊บ”
เสียงกระดูกแตกละเอียด พร้อมทั้งเสียงกรีดร้องอย่างทุรนทุราย….
กระดูกที่น่องขาของหลี่หง โดนเฉินเฟิงเหยียบจนแหลกไปแล้ว
ไม่นอกเหนือจากที่คาดการณ์ไว้ ท่อนล่างของหลี่หง ต้องอาศัยเก้าอี้รถเข็นไปทั้งชีวิต
เมื่อเห็นภาพนั้น คนเดินไปผ่านไปมาจำนวนไม่น้อย ได้แต่อดไม่ได้ที่จะหนาวๆ ไปตามกัน
เฉินเฟิงลงมือ ได้โหดร้ายมาก
แทบไม่ให้โอกาสหลี่หงด้วยซ้ำ
แน่นอนว่า มนุษย์ป้าอย่างหลี่หง ก็ไม่จำเป็นที่จะได้โอกาส
ปกติก็ทำตัวหยิ่งจองหองจนเคยชิน ต่างคิดว่าใน