ใหญ่
คนแรกที่จุดประเด็น แน่นอนว่าต้องเป็นหลินโย่ว “พี่เขย แกกับประธานหูคนนั้นรู้จักกันยังไง?”
ก่อนหน้านี้แววตาของหลินโย่วที่ตอนมองเฉินเฟิง เต็มไปด้วยการดูถูก ว่าตอนนี้ แววตาของหลินโย่วมีแต่ความอิจฉาริษยา
ไม่ผิดหรอก อิจฉาริษยา
ในเวลานั้นเอง หลินโย่วอิจฉาเฉินเฟิงจริงๆ ความจริงแล้วเมื่อเห็นหูเซอร์หยวนแสดงความมีน้ำใจให้เฉินเฟิงแล้ว เขาก็ไม่สามารถควบคุมตนเองไว้ได้
หูเซอร์หยวนหน้าตาสะสวย จัดอยู่ในอันดับต้น อีกอย่างเพราะว่าเกิดในครอบครัวผู้รากมากดี เพราะงั้นท่าทีของเธอช่างงดงามที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีนางเอกตัวรอง มายืนต่อหน้าเธอ ก็ยังรู้สึกไม่สามารถเทียบความสวยติดเลย
ทว่าหญิงสาวที่เลิศหรูคนนี้ กับแสดงท่าทีสนิทสนมกับไอ้ลูกเขยที่แต่เข้าบ้านอย่างเฉินเฟิงเนี่ยนะ แล้วจะให้เขาไม่อิจฉาได้ยังไง?
“เป็นเพื่อนกัน” เฉินเฟิงตอบ
“เป็นเพื่อนกัน? เพื่อนกันแล้วทำไมดีกับแกยังงี้? ถึงขั้นยอมทำผิดกับหวางเต๋อฟาเพื่อแกเลยเหรอ?” หลินโย่วทำหน้าสงสัย
“เชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่แก” เฉินเฟิงยิ้มให้ การที่หลินโย่วตั้งป้อมเป็นศัตรูกับเขา เขาย่อมมองออก ทว่าเขาไม่ใส่ใจกับเด็กน้อยที่ดูดนิ้วหัวแม่โป้งอย่างหลินโย่ว
“คุณตา พวกเราเข้าไปข้างในเถอะ” เฉินเฟิงหันกลับมามองทางหลินเซียวเสียน
“อืม เข้าไปกัน” หลินเซียวเสียนมองเฉินเฟิงอยู่แวบหนึ่ง และก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่เฉินเฟิงทำไว้เมื่อครู่ และก็ไม่เอ่ยปากถามความสัมพันธ์กับหูเซอร์หยวนด