ห้ผมแสนเดียวพอ”
“หวู่เหวินโป๋ นายบ้าไปแล้วหรอ!” หวู่เหวินเชี่ยนขมวดคิ้วมุ่น กัดฟันบอก: “นายใช้เงินสามล้านกว่าซื้อภาพนี้มาแท้ๆ แสนสามที่ไหนกัน!”
“นายอยากเอาใจไอ้เลวนี่ก็ไม่ต้องทำขนาดนี้มั้ง!”
“พี่ พูดบ้าอะไรน่ะ? สามล้านกว่าที่ไหน แสนสามนี่แหละ!” โดนหวู่เหวินเชี่ยนเปิดโปงกลางงาน หวู่เหวินโป๋ก็ไม่กระดาก ยังยีนกรานหนักแน่น
“พี่เฟิง อย่าฟังพี่สาวผมพล่ามเลย ภาพนี้แสนเดียว พี่โอนให้ผมแสนเดียวพอ” หวู่เหวินโป๋เบนสายตากลับมาที่เฉินเฟิง สำหรับเขาแล้ว ภาพนี้จะราคาแสนสามหรือสามล้านกว่ามันไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลย ที่สำคัญคือสามารถซื้อใจเฉินเฟิงได้ ถ้าสามารถคบกับเฉินเฟิงสนิทใจได้ ต่อให้ภาพนี้ราคาสามสิบล้านกว่า วันนี้เขาก็จะมอบมันออกไปแน่
เฉินเฟิงยิ้มไม่พูดอะไร ต้องยอมรับจริงๆว่า หวู่เหวินโป๋ฉลาดกว่าหวู่เหวินเชี่ยนมากนัก วิธีนี้ของเขาใช้การลงทุนที่น้อยมากเพื่อให้ได้ประโยชน์ใหญ่มากที่สุด
คำโบราณว่าไว้ดีมาก เพิ่มเติมความสุข ไม่สู้ช่วยเหลือในยามยาก
หวู่เหวินโป๋มอบภาพนี้ออกมาในตอนที่เขาต้องการความช่วยเหลือ ประโยชน์ที่ภาพนี้มอบให้เขา จะมีประโยชน์มากกว่าคฤหาสน์หรือรถลัมโบร์กีนีที่เขามอบให้ก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่เท่า
ครั้งนี้เขารับภาพนี้ไว้ ไม่เพียงลบข้อบาดหมางที่มีต่อกันกับหวู่เหวินโป๋เมื่อก่อนไปสิ้น เขายังติดค้างน้ำใจหวู่เหวินโป๋หนึ่งครั้ง ต่อไปถ้าหวู่เหวินโป๋เจอปัญหาอะไร เขาต้องยื่นมือเข้าช่วย
“ได้ เดี๋ย