ตอนนี้พวกเราควรจะคิดให้ดี รอให้ไอ้เหี้ยนั่นมาถึง พวกเราควรจะจัดการมันอย่างไรดี” หวู่เหวินโป๋จิบไวน์แดง คลายยิ้มบางๆแล้วพูดขึ้น
ที่เขาเรียกพวกหวังทาวมานั้น มีจุดประสงค์ที่ง่ายมาก ก็คืออยากให้ทุกคนระดมความคิดว่าจะจัดการเฉินเฟิงอย่างไรดี มันถึงจะสะใจเสียหน่อย
“ตีขาทั้งสองข้างของมันให้หัก ปล่อยให้มันคลานเข่าอยู่บนพื้นแล้วร้องเหมือนหมา!” แววตาของหวังทาวฉายความเหี้ยมโหด
“ได้” หวู่เหวินโป่คลายยิ้มบางๆ เห็นได้ชัดว่าพอใจกับข้อเสนอของหวังทาว
“มาถึงแล้ว!”
เวลานี้ มีแสงไฟส่องมาที่ประตูใหญ่ของวิลล่า หวังทาวลุกขึ้นด้วยความดีใจ
“เป็นรถของหวังเปียวหรอ?” หวู่เหวินโป๋ตื่นเต้น รีบลุกขึ้น
“รถของลูกพี่ลูกน้องของผมครับ” หวังทาวพยักหน้า
“ไป ให้ฉันไปต้อนรับไอ้เหี้ยนี่หน่อย!”
หวู่เหวินโป๋เผยมือ สีหน้าของเขาดูมีความสุขเป็นอย่างมาก
จากนั้นพวกเขาทั้งห้าคนก็เดินออกไปพร้อมกัน
รถยนต์ยี่ห้อบิวอิคก์จอดตรงหน้าประตูวิลล่า
เสียงครืดดังขึ้น ประตูถูกเปิดออก
เฉินเฟิงลงมาจากรถ ตามด้วยหลี่เล่อ
“ไอ้ชาติหมา เซอร์ไพรส์ไหม ประหลาดใจรึเปล่า?” หวู่เหวินโป๋เดินไปด้านหน้าด้วยสีหน้ามีความสุข เขาเตรียมตัวไปเยาะเย้ยเฉินเฟิง
” เซอร์ไพรส์ไหม ประหลาดใจรึเปล่า?”
เฉินเฟิงมองไปที่หวู่เหวินโป๋ด้วยสีหน้าแปลกๆ:“หวู่เหวินโป๋ คำพูดนี้ฉันควรเป็นฝ่ายถามแกมากกว่า”
“แกหมายความว่าอะไร?” หวู่เหวินโป๋นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ม่านตาของเขาหดเล็ก
เขามัวแต่ดี