เหนื่อยล้า จากนั้นก็หันตัวกลับมา จากนั้นก็เดินไปหา แล้วยืนอยู่ด้านหน้าเฉินเฟิง พลันยิ้มให้แล้วยื่นฝ่ามือหนาๆ ออกมา “คุณเฉินเฟิง สวัสดี ฉันเป็นพี่ใหญ่ของชีงฉือ ฉู่ยี่เฟย”
“พี่ฉู่ สวัสดี”
เฉินเฟิงยื่นฝ่ามือหนาออกไปจับมือกับฉู่ยี่เฟยฉู่ ตอนที่กำลังเดินทางมา ชีงฉือก็บอกแล้วถึงสถานะของฉู่ยี่เฟย
นอกจากจะเป็นพี่ชายของฉู่ชีงฉือแล้ว ในวันนี้ฉู่ยี่เฟยเป็นผู้สืบทอดอันดับสามของตระกูลฉู่ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ฉู่ยี่เฟยจะเป็นผู้ควบคุมอำนาจทั้งหมดของตระกูลฉู่ ถึงเวลานั้น ตำแหน่งของเขาในเมืองจงไห่ ก็ถือว่าเป็นคนระดับสูงส่งที่สุด
“ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเฉินเฟิงมานาน วันนี้ได้เจอกันสักที ไม่ธรรมดาจริงๆ” ฉู่ยี่เฟยพูดไปตามปกติ หลายวันมานี้ เขาได้ยินชื่อนี้ที่ฉู่ชีงฉือบ่นถึงมากที่สุด ก็คือเฉินเฟิง ดังนั้น เขาก็เลยจงใจตรวจสอบเรื่องราวของเฉินเฟิงมาแล้วครั้งหนึ่ง
ไม่พูดเลยว่า หลังจากรู้เรื่องราวของเฉินเฟิงทุกเรื่องแล้ว ทั้งๆ ที่เขาเป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลฉู่แล้ว ก็ไม่สามารถพูดได้เลยว่า ว่าการที่เฉินเฟิงผ่านเรื่องราวมานั้นมันก็ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไปเลย
เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง เรื่องที่กล้าทะเลาะกับตระกูลเฉิน เรื่องนี้ก็ทำให้เขาถึงกับต้องคารวะเลยทีเดียว
“พี่ฉู่ก็พูดเกินไป ผมก็แค่ลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านคนหนึ่งเท่านั้นเอง จะมีชื่อเสียงโด่งดังได้ไง” เฉินเฟิงยิ้มอย่างขมขื่น คำพูดของฉู่ยี่เฟยบางทีอาจจะออกมาปากท